ย้อนอดีตธนาคารที่เคยถูกควบรวมและหายไปแล้ว

ย้อนอดีตธนาคารที่เคยถูกควบรวมและหายไปแล้ว

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ธนาคารในไทยในอดีตที่หายไปส่วนใหญ่ จะเกิดจากการโอนกิจการหรือการควบรวมธุรกิจ กลายเป็นธนาคารใหม่ที่เห็นในปัจจุบัน
  • ธนาคารที่มีมูลค่าทรัพย์สินตามราคาตลาดหุ้นสูงที่สุดได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ตามด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารกรุงเทพ
  • ธนาคารที่เคยมีประวัติซื้อธุรกิจหรือถูกควบรวมและอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารธนชาต ธนาคารยูโอบี ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ธนาคารซีไอเอ็มบี
  • และอย่างที่ทุกคนรู้กันไปแล้ว การควบรวมล่าสุดเป็นของธนาคารทหารไทยและธนาคารธนชาต

ธุรกิจธนาคารอยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน มีหลายธนาคารนั้นหายไปจากสายตาของคนไทยมากมาย ทั้งสภาพเศรษฐกิจ และ วิกฤตเศรษฐกิจในอดีต แต่จริงๆแล้วธนาคารต่างๆนั้นมักไม่ได้หายไปดื้อๆ แต่อาจจะถูกซื้อกิจการหรือควบรวมกับธนาคารอื่น จนเหลือธนาคารที่อยู่ในปัจจุบันเป็นธนาคารหลักของคนไทย บทความนี้พี่ทุยจะพาไปรื้อฟื้นความทรงจำธนาคารในอดีตว่าหายไปไหน และปัจจุบันถูกไปรวมกับธนาคารไหนนั่นเอง

อันดับธนาคารในไทย ตามมูลค่าทรัพย์สินตามราคาตลาดหุ้น (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562)

  1. KBANK ธนาคารกสิกรไทย 476,258 ล้านบาท
  2. SCB ธนาคารไทยพาณิชย์ 460,091 ล้านบาท
  3. BBL ธนาคารกรุงเทพ 397,039 ล้านบาท
  4. BAY ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 283,196 ล้านบาท
  5. KTB ธนาคารกรุงไทย 269,737 ล้านบาท
  6. TMB ธนาคารทหารไทย 101,736 ล้านบาท
  7. TISCO ธนาคารทิสโก้ 70,456 ล้านบาท
  8. TCAP กลุ่มทุนธนชาต 65,537 ล้านบาท
  9. KKP ธนาคารเกียรตินาคิน 60,119 ล้านบาท
  10. LHFG แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป 32,199 ล้านบาท
  11. CIMBT ธนาคาร ซีไอเอ็มบี 27,857 ล้านบาท

ธนาคารปัจจุบันที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น

  1. ธนาคารยูโอบี UOB
  2. ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย TCD
  3. ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) SCBT
  4. ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ICBC
  5. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย SME
  6. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร BAAC
  7. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย EXIM
  8. ธนาคารออมสิน GSB
  9. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ GHB
  10. ธนาคารอิสลามไทย ISALAM

การควบรวมธนาคารต่างๆก่อนจะเป็นธนาคารในวันนี้

ก่อนจะรวมเป็นธนาคารทหารไทย

ธนาคารทหารไทย (TMB) ก่อตั้งเมื่อปี 2499 เคยมีประวัติการยุบรวมกิจการระหว่างทหารไทยและดีบีเอสไทยทนุมาก่อนในปี 2547

ธนาคารไทยทนุ เริ่มก่อตั้งปี 2492 ด้วยรหัสธนาคาร 019 จนถึงปี 2542 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นดีบีเอสไทยทนุ

ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ ดำเนินงานตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปี 2547 ก่อนจะยุบรวมกิจการเข้ากับธนาคารทหารไทย และปิดประวัติของธนาคารไทยทนุลง

ก่อนจะรวมเป็นธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย (KTB) ก่อตั้งเมื่อปี 2509 ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารรัฐวิสาหกิจของไทยก่อตั้งโดยควบรวมกิจการ 3 ธนาคารได้แก่ ธนาคารมณฑล ธนาคารเกษตร และ ธนาคารมหานคร เข้าด้วยกัน และได้รับการโอนสินทรัพย์เพิ่มมาจากธนาคารสยาม

ธนาคารมณฑล ก่อตั้งปี 2485 ดำเนินธุรกิจมาประมาณ 24 ปี ก่อนจะยุบรวมกับธนาคารเกษตร ในปี 2509 ก่อตั้งเป็นธนาคารกรุงไทย

ธนาคารเกษตร ก่อตั้งปี 2492 ดำเนินธุรกิจมาประมาณ 17 ปี ก่อนจะยุบรวมกับธนาคารมณฑล ใน ปี 2509 ก่อตั้งเป็นธนาคารกรุงไทย

ธนาคารมหานคร และเริ่มเดิมชื่อ ธนาคารตันเปนชุน ก่อตั้งปี 2477 ดำเนินธุรกิจจนถึงปี 2503 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารไทยพัฒนา และดำเนินธุรกิจจนถึงปี 2520 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารมหานคร ก่อนจะยุบรวมกิจการเข้ากับธนาคารกรุงไทยในภายหลังในปี 2541

ต่อมาในปี 2530 ธนาคารสยาม ปิดกิจการและโอนสินทรัพย์ไปให้ธนาคารกรุงไทย โดยธนาคารสยามก่อตั้งปี 2493 เดิมชื่อ ธนาคารเอเชียทรัสต์ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อในปี 2527 มาเป็นธนาคารสยาม

ก่อนจะรวมเป็นธนาคารกรุงศรีอยุธยา

แต่เดิมใช้ชื่อว่าธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา ก่อตั้งเมื่อปี 2488 ก่อนจะมีการเปลี่ยนชื่อในปี 2512 ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเคยมีธนาคารจีอี มันนี่ เพื่อรายย่อย และ ธนาคาร เอไอจีเพื่อรายย่อย เป็นบริษัทในเครือ

โดยธนาคารจีอี มันนี่ เพื่อรายย่อย ก่อตั้งปี 2549 และ ปี 2550 โอนกิจการไปยังธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ส่วนธนาคาร เอไอจีเพื่อรายย่อย ก่อตั้งเมื่อปี 2550 และถูกซื้อกิจการไปในปี 2552 โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ก่อนจะรวมเป็นธนาคารธนชาต

แต่เดิมธนาคารธนชาต (TBANK) เดิมเป็น บริษัท เงินทุน เอกชาติ ก่อตั้งธนาคาร ธนชาต ปี 2545 ในอดีตเคยยุบรวมกิจการกับธนาคารหลวงไทย

ธนาคารนครหลวงไทย ก่อตั้งในปี 2484 เป็นธนาคารที่เคยยุบรวมกับธนาคารศรีนคร ในปี 2545

ธนาคารศรีนครเดิมชื่อธนาคารสิงขร ก่อตั้งปี 2493 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อในปีนั้นเอง เป็นธนาคารสิงขร และมีการยุบรวมกิจการกับธนาคารธนชาต ใน ปี 2554

ก่อนจะรวมเป็นธนาคารยูโอบี

ธนาคารยูโอบี (UOB) หรือ ยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งเมื่อ ปี 2548 เป็นการรวมกิจการของธนาคาร เอเชีย และ ธนาคาร ยูโอบีรัตนสิน

ธนาคารเอเชีย เดิมชื่อ ธนาคารเอเชียเพื่ออุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม ก่อตั้งเมื่อปี 2482 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารเอเชีย ในปี 2519 ก่อนจะยุบกิจการรวมกับ ธนาคาร ยูโอบีรัตนสิน ในปี 2548

ธนาคารรัตนสิน เกิดจากยุบรวมธนาคารแหลมทองในปี 2541 ก่อนจะถูกขายกิจการให้กับกลุ่มธนาคารยูไนเต็ดฯ ในปี 2542 และเปลี่ยนชื่อมาเป็น ยูโอบี รัตนสิน

ก่อนจะรวมเป็นธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ต แรกเริ่มชื่อ ธนาคารหวั่งหลีจัน ก่อตั้งในปี 2476 ก่อนจะมีการเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง โดยในปี 2516 เปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารหวั่งหลี ในปี 2528 เปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารนครธน ในปี 2542 เปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนครธน จนในปี 2548 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ก่อนจะโอนธุรกิจรายย่อยไปให้กับ ธนาคารทิสโก้ ในปี 2560

ก่อนจะรวมเป็นธนาคารซีไอเอ็มบีไทย

ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMB) ก่อตั้งปี 2552 จากการเข้ามาถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มซีไอเอ็มบีในหุ้นธนาคาร ธนาคารไทยธนาคาร

ธนาคารไทยธนาคารเกิดจากการควบรวมกิจการของธนาคารสหธนาคาร เงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ และ สถาบันการเงินอีก 12 แห่ง จากวิกฤตเศรษฐกิจไทย 2540 จึงมีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ก่อนจะถูกกลุ่มซีไอเอ็มบี (มาเลเซีย) เข้ามาถือหุ้นใหญ่

ล่าสุดการรวมกันของธนชาตและทหารไทย

หลังจากประกาศอย่างเป็นทางการ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ธนาคารทหารไทยและธนาคารธนชาต จะทำการรวมแบงก์กัน มูลค่าธุรกรรม 1.4 แสนล้านบาท โดยธนชาตเด่นเรื่องรายย่อยและเช่าซื้อ ส่วนทหารไทยเด่นด้านผลิตภัณฑ์และเงินฝาก หากรวมสาขาเข้าด้วยกันจะมีจำนวนสาขาสูงถึง 931 สาขา และจำนวนพนักงานสูงกว่า 22,000 คน โดยสัดส่วนการถือหุ้นที่คาดหลังควบรวม จะมี ไอเอ็นจีแบงก์ ถือไม่ต่ำกว่า 20% กลุ่มทุนธนชาตไม่ต่ำกว่า 20% กระทรวงการคลังไม่เกิน 20% ส่วนที่เหลือจะเป็นของ โนวาสโกเทียแบงก์ และนักลงทุนรายย่อย คาดว่าจะขึ้นเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 6 ของธนาคารไทย

สำหรับคนที่กังวลว่าธนาคารที่เราใช้บริการอยู่จะหายไปหรือเปล่านั้น เนื่องจากไทยเคยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่อย่างต้มยำกุ้งมาแล้ว ทำให้ธนาคารแห่งประเทศมีมาตรการที่คุมเข้มและคำนึงถึงผู้บริโภคในไทย มีเงินสำรองที่เข้มแข็งจนค่าเงินบาทแข็งโป๊กอย่างทุกวันนี้ ก็ทำให้เราสบายใจได้ระดับนึงเลยว่าแม้จะมีการควบรวม หรือธนาคารที่เราใช้บริการจะหายไป ก็จะมีการดูแลส่งมอบส่งต่อที่เป็นมืออาชีพ เพื่อให้การใช้บริการราบรื่นและส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการให้น้อยที่สุด


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: