[สรุปโพสต์เดียวจบ] "ประกันสังคมปรับลดเงินสมทบ" จาก 5% เหลือ 2% ยาว 3 เดือน กระทบอะไรกับเรา ?

[สรุปโพสต์เดียวจบ] “ประกันสังคมปรับลดเงินสมทบ” จาก 5% เหลือ 2% ยาว 3 เดือน กระทบอะไรกับเรา ?

2 min read  

ฉบับย่อ

  • ครม. มีมติเห็นชอบให้ประกันสังคมปรับลดเงินสมทบ เพื่อช่วยเหลือทั้งลูกจ้างและนายจ้าง โดยสามารถลดภาระได้ทั้งลูกจ้างเป็นจำนวน 12.79 ล้านคน และนายจ้าง 4.87 แสนราย

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

หลังจากที่ ครม. มีมติเห็นชอบให้ “ประกันสังคมปรับลดเงินสมทบ” จากเดิม 5% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 750 บาท เหลือ 2% ไม่เกิน 300 บาท ทั้งส่วนของลูกจ้างและนายจ้างสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และปรับลดเงินสมทบเข้ากองทุนประสังคมของผู้ประกันตนมาตรา 39 เหลือเพียง 96 บาทจากเดิม 432 บาท

จุดประสงค์เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องในช่วงโควิดเป็นเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือน กันยายน ถึง พฤศจิกายน 2563 ซึ่งทางกระทรวงแรงงานคาดการณ์ว่าการช่วยเหลือครั้งนี้น่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบได้มากกว่า 24,000 ล้านบาท

การปรับลดการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมครั้งนี้ จะเป็นการลดภาระให้แก่ผู้ประกันตน จำนวน 12.79 ล้านคน คิดเป็นเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท และนายจ้าง 4.87 แสนราย คิดเป็นเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวม 2.4 หมื่นล้านบาท ถ้าคิดเป็นจำนวนเงินที่จะประหยัดได้ คือ

  • ผู้ประกันตน มาตรา 33 ประหยัดได้เฉลี่ย 1,022 บาทต่อคน
  • ผู้ประกันตนมาตรา 39 เฉลี่ย 1,008 บาทต่อคน

ก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานได้ออกประกาศให้ “ประกันสังคมปรับลดเงินสมทบ” มาแล้ว งวดเดือน มี.ค.-พ.ค. 63 โดยให้นายจ้างส่งเงินสมทบในอัตรา 4% ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ส่งเงินสมทบในอัตรา 1%

ตอนนี้เศรษฐกิจเราก็ยังต้องใช้คำว่าไม่ดีจริง ๆ นั่นแหละ พี่ทุยว่าเดี๋ยวเราน่าจะได้เห็นนโยบายช่วยเหลือทยอยออกมาเพิ่มเติมกันอีกแน่นอน สิ่งที่น่ากลัวหลังจากนี้ คือ ไตรมาสที่ 4 ที่ปกติจะเป็นช่วง High Season แต่ในปีนี้ดูเหมือนว่าน่าจะซบเซากว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะดูจากสถานการณ์แล้ว ยังไงการท่องเที่ยวก็ยากที่จะกลับมาให้ทันช่วงปลายปีนี้ ถึงจะเปิดประเทศก็ใช่ว่านักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อจะเข้ามา

เมื่อก่อน คงหวังให้ไทยเที่ยวไทยช่วยกันเอง แต่ถ้าดูจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว ‘เราเที่ยวด้วยกัน‘ ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลดีเหมือนกับช่วงปีที่แล้ว เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า ตอนนี้เงินกำลังขาดมืออยู่

ปีนี้ทั้งปีเศรษฐกิจทั่วโลกน่าจะเดินได้จากการใช้จ่ายของภาครัฐเป็นหลัก ที่ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวที่ต้องทำงานหนัก เพื่อแบกเศรษฐกิจทั้งโลกให้เดินหน้าต่อได้

สำหรับใครที่วางแผนลงทุนอยู่ พี่ทุยอยากให้ลงทุนกันอย่างระมัดระวัง ตอนนี้บทวิเคราะห์ทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนระดับโลกหลายคนก็ออกมาลงความเห็นไปในทิศทางที่ใกล้เคียงกันแล้วว่า ณ เวลานี้ ยังไม่ใช่จุดต่ำสุดของวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ และให้ระมัดระวังรวมถึงหาโอกาสการลงทุนอย่างใจเย็น


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: