"น้ำมัน" สำคัญต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร ?

“น้ำมัน” สำคัญต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ช่วงนี้เรื่องวิกฤตราคาน้ำมันเป็นที่พูดถึงอย่างมากเพราะมีการปรับตัวจากแถบ ๆ 60$ ต่อบาร์เรล ลงมาอยู่ที่ 20$ ต่อบาร์เรล
  • โดยทั่วไปราคาน้ำมันดิบที่ลดลงจะมีผลบวกต่อระบบเศรษฐกิจ แต่การลดลงของราคาน้ำมันดิบรอบนี้มาจากปริมาณความต้องการน้ำมันดิบที่หายไปด้วย
  • ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงส่งผลทำให้ผู้ส่งออกน้ำมันดิบมีรายได้ลดลง ทำให้การนำเข้านั้นน้อยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ราคา “น้ำมัน” สำคัญยังไงกับเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันตกทำให้เศรษฐกิจโลกตกจริงหรือไม่ ?

ทุกวันนี้เวลาที่เราเปิดข่าวเศรษฐกิจดู เราจะพบการรายงานราคา “น้ำมัน” ตลอดเวลา อย่างวันก่อนที่เพิ่งมีการประกาศว่าราคาน้ำมันดิ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พี่ทุยคิดว่าสาเหตุที่ราคามันตกก็คงมีคนอธิบายไว้เยอะแล้วแหละ แต่พี่ทุยเชื่อว่า ยังไม่มีคนมาตอบคำถามที่สำคัญกว่าและน่าจะเป็นคำถามที่หลายคนก็คงสงสัยไม่ต่างจากพี่ทุยอย่างแน่นอนว่า ราคาน้ำมันมันเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจยังไง ทำไมราคาน้ำมันที่ตกต่ำมันทำให้เศรษฐกิจแย่ไปด้วยหรือเปล่า อะไรเป็นเหตุอะไรเป็นผลกันแน่ วันนี้พี่ทุยจะมาอธิบายให้ฟังกัน

น้ำมันสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร ?

 

โดยปกติเมื่อราคา “น้ำมัน” ลดลงส่งผลทำให้การลงทุนและการบริโภคเพิ่มขึ้น

ก่อนอื่นพี่ทุยต้องขออธิบายก่อนว่า “น้ำมันดิบ” หรือที่เรียกว่า Crude Oil ในปัจจุบันถือเป็นเชื้อเพลิงหลักของโลกเลยก็ว่าได้ นับเป็นประมาณ 30% กว่ามาโดยตลอดจากแหล่งพลังงานทั้งหมดของโลกตัวอื่น ๆ เช่น ก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า ถ่านหิน และพลังงานธรรมชาติ หรือมีการใช้โดยเฉลี่ยรวมกันของทั้งโลกเกือบ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน เรียกได้ว่ามหาศาลเลย

ซึ่งหากลองดูกันให้ลึกขึ้นไปอีกจะพบว่า “ปริมาณการใช้กว่า 50% ถูกใช้ไปกับการเดินทางทางถนน” ไม่ว่าจะเป็นของคนทั่วไปและของภาคธุรกิจ พวกขนส่งนั่นแหละ รถบรรทุกสินค้าเนี่ย ใช้เยอะมาก ๆ เลย ดังนั้นสรุปได้ว่าจริง ๆ แล้วน้ำมันเป็นต้นทุนแฝงของสินค้าเกือบทุกชนิดเลย เพราะสินค้าหลาย ๆ อย่างผลิตเสร็จกว่าจะถึงมือผู้บริโภคก็ต้องผ่านการขนส่งแทบทั้งนั้น ไม่ใช่เฉพาะแค่สินค้าเท่านั้นนะพนักงานบริษัทกินเงินเดือนก็ได้รับผลกระทบเช่นกันเพราะถือเป็นต้นทุนในการเดินทาง จึงไม่แปลกอะไรเลยที่ราคาน้ำมันกับเศรษฐกิจจะมีความเกี่ยวของกัน

น้ำมันสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร ?

โดยปกติตามทฤษฎี ราคา “น้ำมัน” เป็นต้นทุนของผู้ผลิต แล้วตามที่พี่ทุยได้บอกว่ามันเป็นต้นทุนแฝงของเกือบทุกสินค้า ดังนั้นเวลาที่ราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลงย่อมส่งผลต่อต้นทุนการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างเวลาราคาน้ำมันถูกลงก็เหมือนต้นทุนการผลิตลดลง กิจการก็จะมีเงินเหลือเอาไปลงทุนอย่างอื่นเพิ่มเติมได้ จะช่วยทำให้ประสิทธิภาพในภาพรวมดีขึ้น

ทีนี้เรามาดูฝั่ง Demand กันบ้างหรือฝั่งผู้บริโภคนั่นแหละตามทฤษฎีแล้ว การที่ราคาน้ำมันลดลง ราคาพลังงานต่าง ๆ ย่อมลดลงไม่ว่าจะค่าเดินทาง ค่าไฟ จะส่งผลให้เรามีเงินที่เหลือเยอะขึ้น ถ้าเราบริโภคเท่าเดิม นั่นแปลว่าเรามีแนวโน้มที่จะบริโภคมากขึ้นด้วยซ้ำ

แล้วนอกจากผลต่อผู้บริโภคและผู้ผลิตแล้ว จริง ๆ การที่น้ำมันราคาลดลงยังส่งผลต่อภาพรวมด้วย อย่างที่พี่ทุยได้อธิบายไปว่าราคาน้ำมันมันส่งผลโดยตรงต่อเงินเฟ้อ ซึ่งธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกมีเป้าหมายในการดำเนินงานโดยการรักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อย่างเช่นประเทศไทยเรา แบงก์ชาติก็ใช้เงินเฟ้อเป็นเป้าหมายเหมือนกัน ดังนั้นพอราคาน้ำมันเปลี่ยน เงินเฟ้อก็เปลี่ยน การตัดสินนโยบายก็ต้องเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน รวมถึงนโยบายการคลังของภาครัฐด้วย

ในทางกลับกันถ้าเศรษฐกิจไม่ดีจากการที่ราคาน้ำมันสูงไป (กรณีตรงข้ามกับข้างบน) ก็อาจทำให้คนลดการบริโภคลง เนื่องจากต้องเอาเงินส่วนหนึ่งไปจ่ายเป็นค่าน้ำมันแทน รัฐก็อาจจะต้องออกนโยบายอะไรมาเพื่อช่วยเหลือก็เป็นได้

พี่ทุยจึงอยากสรุปอีกครั้งว่า ทำไมเศรษฐกิจถึงอยู่คู่กับราคาน้ำมัน นั่นก็เพราะว่าราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตเกือบทุกอย่างส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วย ไม่ว่าจะด้าน Demand อย่างการบริโภคหรือการลงทุน และด้าน Supply ในเรื่องของการผลิต รวมถึงอาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจนโยบายทั้งการเงินและการคลังของประเทศได้เช่นกัน พออ่านถึงตรงนี้หลายคนก็คงสงสัยว่าทำไม เหตุการณ์ปัจจุบันถึงได้ต่างจากทฤษฎีขนาดนี้ เพราะตอนนี้ดูแล้วราคาน้ำมันลง แต่เศรษฐกิจโลกกลับดูชะลอตัว

ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงครั้งนี้มีผลจากความต้องการน้ำมันดิบที่ลดลงด้วย

พี่ทุยต้องอธิบายว่า จริง ๆ ถ้าราคาน้ำมันลงจากเหตุการณ์ปกติทั่วไป เช่น พบแหล่งน้ำมันใหม่ มีเทคโนโลยีใหม่ เลยทำให้ผลิตได้เยอะขึ้นไรแบบนี้ จนทำให้ปริมาณน้ำมันดิบของโลกเพิ่มขึ้น ราคาเลยต่ำลงแบบนี้ ก็จะเป็นไปตามหลักการด้านบนที่ช่วยทำให้เศรษฐกิจโลกดีขึ้นได้

แต่ปัญหาครั้งนี้มาจากความต้องการน้ำมันดิบ (Demand) ที่หายไปพร้อมกันทั่วโลกด้วย ตามที่พี่ทุยได้เกริ่นไปในตอนต้นน้ำมันส่วนใหญ่ถูกใช้ในการเดินทาง แล้วตอนนี้ทั่วโลกก็รณรงค์กันให้อยู่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19 จะเห็นได้ว่าคนจะออกไปไหนมาไหนน้อยลง รวมถึงสายการบินต่าง ๆ ที่ประกาศหยุดบินกัน 3 – 6 เดือน ปริมาณการใช้น้ำมันเลยลดลงอย่างรวดเร็ว จนเป็นสาเหตุให้ราคาน้ำมันลดลงนั่นเอง

ที่สำคัญคือยังไม่มีใครรู้ว่า Covid-19 จะจบลงเมื่อไหร่อย่างไร พอเป็นแบบนี้เลยทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะออมเก็บเงินไว้ก่อน รวมถึงการงดจัดกิจกรรม งดเดินทาง ธุรกิจก็หยุดลงทุน มันเลยทำให้เศรษฐกิจแย่ลงเยอะมาก ๆ จนเป็นผลดีที่ราคาน้ำมันลดลง

ผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายได้ขาดหายไป ทำให้มีการนำเข้าที่ลดลง

นอกจากนี้ ในโลกเราก็มีหลายประเทศเลยที่มีแหล่ง “รายได้หลัก” มาจากการขายน้ำมันดิบ พวกนี้ส่วนใหญ่ก็คือประเทศในตะวันออกกลาง และเป็นที่ทราบกันดีว่าคนพวกนี้กระเป๋าหนักสุด ๆ เรียกว่าไปที่ไหนช้อปกระจาย ซึ่งในตอนนี้ต้องบอกว่าประเทศเหล่านี้รายได้หายไปเยอะมากเลยนะ คิดดูว่าจากของที่เคยขายได้ 60$ ต่อบาร์เรล ตอนนี้ขายได้แค่ 20$ ต่อบาร์เรล รายได้ไม่มีเหลือเลย เลยทำให้กำลังซื้อของประเทศเหล่านี้ลดลงตามไปด้วยนั่นเอง อันนี้พี่ทุยว่าก็คงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจโลกแย่ลงไปเรื่อย ๆ

โดยสรุปแล้ว พี่ทุยอยากบอกว่า ราคาน้ำมันกับเศรษฐกิจโลกเป็นของคู่กัน เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนแฝงในเกือบทุกสินค้าจึงส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน โดยปกติแล้วเมื่อราคาน้ำมันลดลงจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นผ่านการบริโภคและการลงทุนที่มากขึ้น แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้มีต้นเหตุอื่น ๆ เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งในครั้งนี้มาพร้อมกับ Demand ที่ลดลงอย่างมหาศาลเลย ทำให้เศรษฐกิจมันแย่มาก ๆ จนชนะผลดีของราคาน้ำมันที่ลดลง เมื่อเทียบผลบวกที่ได้จากราคาน้ำมันลง เทียบกับผลลบจากราคาน้ำมันลดแล้ว คราวนี้ผลลบชนะไปอย่างไม่ต้องสงสัยเลย


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: