[สรุปรายละเอียด] สาเหตุที่ทำให้ “นกสกู๊ต ประกาศเลิกกิจการ”

[สรุปรายละเอียด] สาเหตุที่ทำให้ “นกสกู๊ต ประกาศเลิกกิจการ”

3 min read  

ฉบับย่อ

  • คณะกรรมการมีมติให้สายการบิน “นกสกู๊ต ประกาศเลิกกิจการ” ถึงแม้จะมีการเติบโตของรายได้ทุกปี แต่ก็มีการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
  • เนื่องจาก “นกสกู๊ต” ถูกถือหุ้นโดย Scoot 49%, นกมั่งคั่ง 49% และ เพื่อน้ำมิตร 2% ทำให้การเลิกกิจการของ “นกสกู๊ต” อาจมีผลต่อฐานะทางการเงินของ นกแอร์และ Scoot อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • ธุรกิจสายการบินประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง สาเหตุหลักจากการแข่งขันทางด้านราคา (Price War) ที่รุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

หลังจากมีข่าวลดเครื่องบินและพนักงานลง จนมีข่าวลือว่าธุรกิจ “นกสกู๊ต ประกาศเลิกกิจการ” โดยได้มีมติจากคณะกรรมการของบริษัทแล้วว่าจะเลิกกิจการ ซึ่งจะเกิดขึ้นในการประชุมใหญ่ที่จะถึงนี้

นกสกู๊ต เป็นสายการบินร่วมทุนราคาประหยัด เป็นการรวมตัวของสายการบินระหว่าง สายการบินนกแอร์ของคนไทย และ สายการบินสกู๊ตของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเริ่มก่อตั้งในช่วงปี 2557 เป็นช่วงที่สายการบินราคาประหยัดแข่งขันกันสูงและดุเดือดมาก จนกระทั่งปี 2563 ประเทศไทยและทั่วโลกเจอปัญหาหนักโควิด-19 ส่งผลกระทบทุกธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว อีกทั้งนกสกู๊ตมีการขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ประจวบกับเจอวิกฤตโควิด-19 เหล่ากรรมการบริษัทจึงมีมติเลิกกิจการ

งบและโครงสร้างผู้ถือหุ้นของสายการบินนกสกู๊ต

เมื่อย้อนมาดูงบการเงินย้อนหลัง 3 ปี จะพบว่ารายได้ของสายการบินนกสกู๊ตเติบโตขึ้นทุกปี โดยในปี 2559 มีรายได้อยู่ที่ 3,858 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มเป็น 5,491 ล้านบาท และ 5,818 ล้านบาท ตามลำดับ แต่สิ่งที่ตามมาเลยคือ ต้นทุนขาย ที่เพิ่มขึ้นทุกปีโดยเฉพาะปี 2561

[สรุปรายละเอียด] สาเหตุที่ทำให้ “นกสกู๊ต ประกาศเลิกกิจการ”

และด้วยปัญหาจากโควิด-19 ทางบริษัทก็ได้เลิกจ้างพนักงานจำนวน 425 คน และชดเชยตามกฏหมายคุ้มครองแรงงานอย่างถูกต้อง รวมถึงพนักงานที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่จนปิดกิจการก็จะได้รับการดูแลเช่นกัน ด้วยสายการบินสัญชาติไทยนั้นต้องมีอัตราส่วนผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติน้อยกว่าหรือเท่ากับ 49% และเป็นชาวไทยอย่างน้อย 51% โดยสายการบินนกสกู๊ตมีผู้ถือหุ้นเป็น บริษัท นกมั่นคั่ง จำกัด (บริษัทย่อยของนกแอร์) ถือหุ้น 49% และบริษัท Scoot จากสิงค์โปรถือหุ้นอยู่ 49% และที่เหลืออีก 2% เป็นการถือหุ้นจาก บริษัท เพื่อน้ำมิตร จำกัด

โดยบริษัท นกมั่นคั่ง จำกัด นั้นเป็นบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นหุ้นสามัญ 49% โดย บมจ. สายการบินนกแอร์ (NOK) และเป็นหุ้นบุริมสิทธิ 51% โดย นายพาที สารสิน 50% และ นางนริศรา อุษณาจิตต์ 1% ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีผลต่อฐานะการเงินของนกแอร์

สายการบินนกแอร์ (NOK) ถือหุ้นใน “นกสกู๊ต” กว่า 49%

“นกแอร์” เป็นสายการบินราคาประหยัดของประเทศไทย ในด้านของสายการบินนกแอร์เองก็ได้ประสบปัญหาจากวิกฤตโควิด-19 เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีขาดทุนสะสมมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้นว่า ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ วิธีการแก้ปัญหาของนกแอร์เพื่อแก้ปัญหาของส่วนผู้ถือหุ้นติดลบนั้น ได้มีมติเพิ่มทุนไปในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา เพื่อให้ฐานะการเงินแกร่งขึ้น และพลิกส่วนของผู้ถือหุ้นให้กลับมาเป็นบวก โดยในวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ได้มีมติอนุมัติเพิ่มทุนประมาณ 2.22 พันล้านบาทไป

ผ่านมาไม่กี่เดือนวิกฤตโควิด-19 ก็เริ่มระบาดจนทำให้ สายการบิน “นกสกู๊ต ประกาศเลิกกิจการ” และอาจกระทบต่องบการเงินของ NOK ด้วย ในปัจจุบัน NOK ถือหุ้นโดยตระกูล จุฬางกูร รวมเป็น 74.96% และ บมจ. การบินไทย (THAI) อีก 13.28% ซึ่งอาจจะเป็นผลต่อเนื่องไปถึงการบินไทยอีกด้วย

เปรียบเทียบรายได้ 3 สายการบิน

[สรุปรายละเอียด] สาเหตุที่ทำให้ “นกสกู๊ต ประกาศเลิกกิจการ”

ถึงแม้ธุรกิจการบินในไทยจะมีตัวเลขนักท่องเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีสายการบินใหม่เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ อีกทั้งยังมีการแข่งขันด้านราคา (Price War) ที่ดุเดือด เมื่อดูจากกำไรและรายได้ทั้ง 3 บริษัทแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือ ทั้ง 3 สายการบินประสบปัญหาขาดทุนเพิ่มขึ้นทุกปีในปริมาณที่มากขึ้น หลัก ๆ แล้วเกิดจากการแข่งขันเรื่องราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในตลาดสายการบิน ทำให้ถึงแม้รายได้ของบริษัทจะเติบโตขึ้น แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตามและเพิ่มในอัตราส่วนที่น้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

อีกหนึ่งสิ่งที่น่ากังวลเลยคือทั้ง 3 สายการบินมีความน่าเป็นห่วงและหากเหตุการณ์โควิด-19 ยังคงยืดเยื้อ หรือเกิดการระเบิดอีกครั้ง (Second Wave) มีโอกาสที่สายการบินต่าง ๆ รวมทั้งทั่วโลกจะไม่สามารถยื้อต่อไปได้ และอาจล้มกันเป็นทอด ๆ อย่างตัวอย่างนี้ที่การเลิกกิจการของ “นกสกู๊ต” ก็มีผลยาวไปถึงงบการเงินของการบินไทย และ Scoot ในสิงคโปร์อีกเช่นกัน


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: