[สรุปโพสต์เดียวจบ] ทำไม "สหรัฐประกาศแบน WeChat"

[สรุปโพสต์เดียวจบ] ทำไม “สหรัฐประกาศแบน WeChat”

3 min read  

ฉบับย่อ

  • Tencent เป็นบริษัทเจ้าของ WeChat มีมูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมีตัวเลขผู้ใช้งานในสหรัฐฯ สูงถึง 1.17 ล้านผู้ใช้งานทั่วโลก
  • การแบน WeChat อาจหมายถึงการแบน Tencent ซึ่งจะกระทบต่อการลงทุนที่ Tencent ลงทุนในอเมริกาทั้งหมด
  • WeChat ถือเป็นหนึ่งในรายได้หลักของ Tencent จึงกระทบทำให้หุ้นร่วงมาเกือบ 10%

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ข่าวล่าสุดที่สั่นสะเทือนทั่วโลกอีกครั้งก็คือ “สหรัฐประกาศแบน WeChat” ซึ่งการแบนครั้งนี้ส่งผลหนักมากจนทำให้หุ้นของ Tencent ในฐานะเจ้าของ WeChat ปรับตัวลดลงในทันทีเกือบ 10% และยังกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อหุ้น Tech ในจีนอื่น ๆ อีกด้วย นอกจากการแบน WeChat แล้ว ก่อนหน้านี้ Donald Trump ก็ยังมีการประกาศและเซ็นต์สัญญาในการแบน Tiktok และ ByteDance ซึ่งจะมีผลภายใน 45 วัน

ความแข็งแกร่งของ WeChat

สำหรับคนจีนแล้ว WeChat ถือเป็นแพลทฟอร์มสำคัญ ยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังจะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก WeChat เป็นช่องทางนึงในการสร้าง Awarness ที่เข้าถึงกลุ่มผู้คนได้เป็นจำนวนมาก 

Tencent เจ้าของ WeChat เป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ข้อมูลในช่วงพฤษภาคม 2020 และในช่วงไตรมาสแรกของ 2020 ตัวเลขผู้ใช้งาน WeChat มีสูงถึง 1.17 พันล้านบัญชี และถึงแม้จะไม่ได้ประสบความสำเร็จจนเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกาแต่ก็มีผู้ใช้งานสูงถึง 19 ล้านบัญชีต่อวัน

ในขณะที่ปัจจุบันก็มีคู่แข่งมากขึ้นอย่าง Tiktok และ Toutiao ที่ได้ส่วนแบ่งกลุ่มผู้ใช้งาน Social Media ไป โดยคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้เวลาการใช้งานของ WeChat ลดลงไป อย่างข้อมูลในช่วงปลายปี 2018 จนถึง กลางปี 2019 พบว่า ผู้ใช้งาน WeChat ลดลง 8.6%

แต่ถึงสิ่งนั้นก็ไม่ได้ทำให้ยอดผู้ใช้งานของ WeChat ลดลง แต่มีการเพิ่มขึ้น 3.2% สวนทางกับปริมาณการใช้งานที่ลดลง ถึงแม้ว่าคู่แข่งในตลาดจะมีมากขึ้น แต่ WeChat เองก็ไม่ได้สูญเสียความแข็งแกร่งลงไป และยังเป็นแพลทฟอร์มสำคัญในการโปรโมทสินค้า

ทำไม “สหรัฐประกาศแบน WeChat” ?

โจทย์หลักที่ Donald Trump ตอบต่อสื่อ คือ WeChat เป็น Application จากจีน เพื่อความมั่นคงและเพื่อป้องกันคอมมิวนิสต์จากการนำข้อมูลของผู้คนไปใช้ แต่ทุกคนบนโลกก็รู้ด้วยว่าสิ่งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนสงครามการค้าของ ซึ่งนอกจาก Social Media แล้ว เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมอย่าง Huawei ก็ถูกใช้เหตุผลนี้ในการโจมตีเช่นกัน

ซึ่งการแบนอาจส่งผลต่อ Tencent อย่างหนักในวงการเกม เพราะ Tencent เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและมีการลงทุนในธุรกิจเกมไว้เป็นจำนวนมาก

และมีเกมดัง ๆ ไม่น้อยเลยที่ Tencent ซื้อไปและเป็นเกมสัญชาติสหรัฐฯ อย่างบริษัท EPIC Games เจ้าของ Unreal Engine และ Fortnite, บริษัท Grinding Gear Games เจ้าของเกม Path of Exiles, และบริษัท Riot Games เจ้าของเกม LOL และเกมชื่อดังอื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากธุรกิจเกมก็ยังมีบริษัทชั้นนำอย่าง Tesla ถือหุ้นสูงถึง 5% หรือมูลค่ากว่า 1.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ปี 2017) และอาจมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบันเลยทีเดียว รวมถึงยังมีหุ้นใน Spotify อีก 10% อีกด้วย

หากการแบนครั้งนี้มีผลต่อบริษัทสัญชาติอเมริกาที่ห้ามทำธุรกิจกับ Tencent นั่นอาจหมายถึงธุรกิจที่กล่าวมาทั้งหมดอาจจะกำลังเจอกับปัญหาใหญ่

ผลกระทบต่อหุ้น Tech ในจีน มีอะไรบ้าง ?

อย่างที่รู้กันว่าในช่วงนี้เป้าหมายหลักของ Donald Trump จะเล็งไปที่บริษัทเทคโนโลยีจากจีนเป็นหลัก จากการลงดาบในครั้งนี้ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีของจีนเกือบทั้งหมดมีมูลค่าลดลง โดยมูลค่าหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีจีนมีมูลค่าลดลงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2020

Alibaba ลดลงมากที่สุดถึง 6.7%
JD.com ลดลง 5%
Xiaomi ลดลง 3.77%
ZTE ลดลง 3.65%

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนกังวลว่าหุ้น Tech จีนรายต่อไปจะเป็นใคร และหากสงครามการค้าทวีความรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อขึ้นอาจจะกระทบรายได้ในอนาคตและศักยภาพในการขยายตัวของบริษัทเหล่านี้ได้

การแบนครั้งนี้มีผลกระทบต่อหุ้น Tencent อย่างไร ?

สำหรับ Tencent นั้น WeChat และสื่อ Social Media ต่าง ๆ ของ Tencent มีสัดส่วนของรายได้ให้กับ Tencent สูงถึงเกือบ 22%

โดยจากข้อมูลปี 2019 WeChat และ Social Media อื่น ๆ สร้างรายได้ 82.3 พันล้านหยวน หรือประมาณ 3.68 แสนล้านบาท และ Tencent มีรายได้รวมอยู่ที่ 377.3 พันล้านหยวน หรือประมาณ 1.69 ล้านล้านบาท ดังนั้น ถึงแม้ WeChat จะไม่ได้เป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา แต่การแบนครั้งนี้จะสร้างผลกระทบต่อ Tencent ไม่น้อยเลยทีเดียว

การแบนครั้งนี้มีผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกาอย่างไร ?

เนื่องจากกระแส Tiktok นั้นก็เป็นหนึ่งใน Application ที่มาแรง การแบนในครั้งนี้ก็คงได้รับกระแสตอบรับที่ไม่ดีนัก และถ้ากระทบกับวงการเกม Tencent เป็นหนึ่งในผู้ดูแลบริการเกมดัง ๆ ของสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก ก็จะได้รับผลกระทบในจุดนี้ไปอีกด้วย

ถ้าใครเคยคุยธุรกิจกับคนจีนจะพอรู้ว่าแอปพลิเคชันหลักที่เค้าใช้กัน ก็คือ WeChat ทำให้การแบนครั้งนี้จะกระทบทั้งคนจีนที่อาศัยในสหรัฐอเมริกาในการติดต่อกลับมาในประเทศจีน นักท่องเที่ยวจีนในสหรัฐอเมริกา รวมถึงเหล่านักธุรกิจและบริษัทจีนที่ทำธุรกิจในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: