ทฤษฎีประชากรที่ซ่อนอยู่ในฉากธานอสดีดนิ้ว

ทฤษฎีประชากรที่ซ่อนอยู่ในฉากธานอสดีดนิ้ว

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ในหนังเรื่อง​ Avengers : Endgame​ “ธานอส” ตัวละครหลักของเรื่องได้รวบรวม​ Infinity Stone และขอให้ประชากรทั้งจักรวาลลดจำนวนลง​ 50% เพราะมีความคิดว่าประชากรที่มากเกินไป​ ทำให้เกิดความขาดแคลน​ สงคราม​ เหมือน​ที่ดาวบ้านเกิด
  • แนวคิดของธานอส​ ตรงกับทฤษฎี​ประชากรของมัลทัส​ นักเศรษฐศาสตร์​ในศตวรรษ​ที่​ 18 ซึ่งเสนอว่า​ มนุษย์​เพิ่มจำนวนขึ้นในอัตราเรขาคณิต​ ในขณะที่​อาหารเพิ่มขึ้นในอัตราเลขคณิต​ จึงเกิดความไม่สมดุลกัน
  • แต่การที่ประชากรมีจำนวนน้อยเกินไป​ก็มีผลเสียเช่นกัน​ อย่างประเทศ​ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้​ที่ประสบปัญหานี้​ และภายในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าอาจจะกลายเป็น​สังคมผู้สูงอายุ​โดยสมบูรณ์​ ถ้ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหา​ได้

ก่อนจะเริ่มเล่า​ ขอออกตัวก่อนเลยว่า​ บทความนี้ไม่มีสปอยส์หนังภาคล่าสุด​ พี่ทุยจะพูดถึงแค่เหตุการณ์​ที่ผ่านมาในภาค​ “Avengers : Infinity War” ซึ่ง​จบไประยะนึงแล้ว​​ “ธานอส” ซึ่งเป็นตัวละครหลักของเรื่องรวบรวม ​ Infinity Stone มาครบทั้ง​ 6 เม็ดและเมื่่อดีดนิ้วเพียงแค่เปาะเดียว​ ประชากรก็ถูกลดจำนวนลงถึงครึ่งจักรวาล​

จริงๆ​แล้วเรื่องการลดประชากร​อย่างนี้​ ไม่ได้ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นใน​ Avengers เรื่องแรก​ แต่แทรกอยู่ในหนังสือและหนังหลายเรื่องแล้ว​ เช่น​ “A Christmas carol” ของ​ชาร์ล ดิกเคนส์ (Charlie Dickens) นักประพันธ์​ชาวอังกฤษในช่วงศตวรรษ​ที่​ 18 ซึ่งเป็นทั้งหนังสือ​และถูกสร้างเป็นหนังหลายครั้ง ได้เล่าถึงผู้ชายร่ำรวยที่มีนิสัยตระหนี่ถี่เหนี่ยวคนหนึ่ง​ ในวันหนึ่งได้มีคนมาขอเรี่ยไรเงินบริจาคจากเขา​เพื่อไปช่วยเหลือ​คนยากจน​ แต่ชายคนนี้ก็ได้ปฏิเสธ​ไป​ และแย้งว่าทุกวันนี้ประชากรในโลกมีมากเกินไป​ทำให้​เกิดความยุ่งยาก ถ้าประชากรลดจำนวนลงได้ก็ดี​ จากนั้น​ ในคืนคริสมาสต์อีฟ​ ปีศาจวันคริสต์มาส​ 3  ตนก็​ได้มาเยือนเขาและฉายภาพให้เห็นว่า​ หากเขายังมีความคิดและขี้เหนียวอย่างนี้ต่อไป​ จะต้องแก่ชราและตายอย่างโดดเดี่ยว​ แน่นอนว่าตามพล็อตเรื่องที่ควรจะเป็น​ ก็คือ​ ในเช้าวันต่อมาธานอสภาคชาร์ล​ ดิกเคนส์ก็ตื่นขึ้นมาและเปลี่ยนเป็นคนใหม่​ใสกริ๊งเลยยังไงล่ะ

อีกเรื่องนึงที่พี่ทุยเพิ่งได้ดูไม่นานมานี้คือ​ หนังเรื่อง​ “Snowpiercer​ ยึดด่วน​ วันสิ้นโลก” ซึ่งนำเสนอผ่านเรื่องราวในโลกสมมุติ​ซึ่งโลกภายนอกกลายเป็นน้ำแข็งไปหมดแล้ว​ เหลือเพียงรถไฟขบวนเดียวที่ยังรอดและวิ่งอยู่ตลอดเกือบ 18 ปี​ หลังจากที่โลกถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง​ มันจึงเปรียบเสมือนโลกใบหนึ่ง​ ซึ่งมีทั้งการแบ่งชนชั้น​ (คนที่อยู่ต้นขบวนจัดเป็นชนชั้นปกครอง​ ส่วนคนที่อยู่ทางท้ายขบวนเป็นชนชั้นแรงงาน)​ การพยายามจัดสรรทรัพยากร​ที่มีอยู่อย่างจำกัด​ การแก่งแย่งชิงดีและการควบคุมประชากร

ประเด็นในหนังเหล่านี้​ เหมือน​กับ “ทฤษฎี​ประชากร​ของมัลทัส” โดย​ “โรเบิร์ต มัลทัส (Robert Malthus)” ผู้เป็นนักเขียน​และนักเศรษฐศาสตร์​ในช่วงปลายศตวรรษ​ที่17​ ถึงต้นศตวรรษ​ที่18 พี่ทุยขอสรุปเนื้อความสำคัญในทฤษฎี​ นั่นก็คือ

  • อาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำห​รับ​มนุษย์​
  • ความรู้สึก​ทางเพศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับมนุษย์​
  • จำนวนประชากรขึ้นอยู่กับเครื่องยังชีพ​ ถ้ามีเครื่องยังชีพมาก​ ประชากรก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
  • ประชากรเพิ่มในอัตราเรขาคณิต​ ในขณะที่อาหารเพิ่มขึ้นในอัตราเลขคณิต​ เพราะทรัพยากรและความต้องการไม่สมดุลกัน​ เลยเกิดปัญหา​ ซึ่งก็คือ​ “ความขาดแคลน” และ​ “ความยากจน” ยังไงล่ะ

ทฤษฎีประชากรที่ซ่อนอยู่ในฉากธานอสดีดนิ้ว

มีธานอสในโลกแห่งความเป็นจริงมั้ย ?

ธานอสไม่ได้มีอยู่แค่ในหนังเท่านั้น​ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำทุกอย่างได้ง่ายดาย​ เพียงแค่ดีดนิ้วครั้งเดียวเหมือน​ในหนังก็เถอะ​ เพราะทฤษฎี​นี้ป๊อปปูลาร์มากในช่วงยุคก่อน​

แม้แต่ทฤษฎี​วิวัฒนาการ​ของชาร์​ล​ ดาวินส์ก็มีแนวคิดส่วนนึงมาจากทฤษฎี​ประชากร​ของมัลทัสเช่นกัน​ และที่เป็นเรื่องเป็นราวและส่งผลกระทบในวงกว้างมาก​ คือการที่​ ในปี 1834 ประเทศอังกฤษ​ได้ผ่านร่างกฎหมาย​ประชาสงเคราะห์ฉบับใหม่​ (English Poor Law) ออกมา​ ฟังจากชื่อแล้ว​ เราคงรู้สึกสบายใจและคิดว่าร่างกฏหมายฉบับนี้เอื้อต่อคนจนมากแน่ๆ​ แต่ความจริงแล้วร่างกฏหมายฉบับนี้เน้นช่วยเหลือไม่ให้คนจนต้องอดอยากตายเท่านั้นเอง​ โดยคนจนต้องแลกข้าวกับอิสรภาพ​ในชีวิตตัวเองหลายอย่าง​ เช่น​ ต้องทำงานหนักแลกอาหาร รวมถึงแม้ว่าเป็นสามีภรรยา​กัน​ก็ไม่สามารถอยู่ห้องเดียวกันได้​ นี่เป็นการควบคุมจำนวนประชากรตามแนวคิดของ​มัลทัสชัดๆ​ คนอังกฤษ​ใช้ร่างกฏหมายนี้ต่อไปเรื่อยๆ​ จนถึงปี​ 1967 ซึ่งได้มีการยกเลิกอย่างเป็นทางการ พี่ทุยว่าก็ดูโหดร้ายไปจริงๆ

ปัญหาการลดจำนวนลงอย่างรุนแรงเกินไป​ เป็นปัญหาใหญ่ในหลายประเทศ​ เช่น​ ประเทศ​เกาหลีใต้ซึ่งใช้นโยบายควบคุมประชากร​ จนถึงช่วงหลังของ​ช่วง 1980 ปัจจุบัน​ประเทศ​เกาหลีใต้มีกราฟการกระจายตัวของประชากรอยู่ในช่วงวัยทำงานมากที่สุด​ ในขณะที่มีจำนวนประชากรในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นต่ำ​ เพราะคนไม่นิยมมีลูกกัน​ ถ้าสถานการณ์​เป็นอย่างนี้​ต่อไป​ อีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า​ ประเทศ​เกาหลีใต้​ก็จะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์​

ทฤษฎีประชากรที่ซ่อนอยู่ในฉากธานอสดีดนิ้ว

อีกประเทศ​นึงที่ประสบปัญหาเรื่องการลดจำนวนลงของประชากรมาก​ คือประเทศญี่ปุ่น​ ซึ่งเมื่อปี​ 2015 ที่ผ่านมา​ การกระจายตัวของประชากรก็ไปกระจุกตัวอยู่ที่ผู้สูงอายุมากแล้ว​

ทฤษฎีประชากรที่ซ่อนอยู่ในฉากธานอสดีดนิ้ว

และมีการคาดการณ์​กันว่าใน​ปี​ 2050 กราฟการกระจายตัวของประชากรในประเทศญี่ปุ่น​ จะมีหน้าตาแบบนี้

ทฤษฎีประชากรที่ซ่อนอยู่ในฉากธานอสดีดนิ้ว

จะเห็นได้ว่าการลดจำนวนของประชากรลงก็ไม่ได้เป็นผลดีเสมอไป​ เพราะแม้เรื่องเล็กน้อยมากๆ​ ก็อาจทำให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรง​ได้​ อย่างที่ทฤษฎี​ผีเสื้อขยับปีก (Butterfly Effect) ได้เคยว่าไว้​ จริงๆ​แล้วจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น​ นับว่าเป็นผลดีต่อ​ GDP ​ของประเทศ​ เพราะเมื่อมีคนมากขึ้น​ ย่อมทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น​ เศรษฐกิจ​ก็จะเกิดการเคลื่อนไหว​นั่นเอง​

อย่าลืมว่า​มัลทัสเป็นนักเศรษฐศาสตร์​ที่มีชีวิตอยู่เมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว​ ซึ่งปัจจัยหลายอย่างแตกต่างออกไปจากปัจจุบันมาก​ เขาไม่ได้มาเห็นถึงวิวัฒนาการ​ทางด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่​​ที่สามารถผลิตอาหารได้มากมายในเวลาอันน้อยนิด​อย่างทุกวันนี้​ และไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างจำกัดทีละเล็กน้อยอย่างสมัยก่อนอีกแล้ว​ ผู้หญิงก็ออกไปทำงานนอกบ้าน​ ทัดเทียมผู้ชาย​ ไม่ได้เน้นอยู่แต่กับบ้านเหมือนเดิม นอกจากนี้​ยังมีการวางแผนครอบครัว​ที่ช่วยควบคุมจำนวนประชากรได้ดีมากๆ​อีกด้วย ทุกอย่าง​มีอยู่​สองด้านทั้งนั้นแหละ​ อยู่ที่ว่าเราจะเลือกมองด้านไหน​ ดูหนัง​ ดูละครแล้วอย่าลืมมาคิด-วิเคราะห์​-แยกแยะ​นะ​

ทฤษฎีประชากรที่ซ่อนอยู่ในฉากธานอสดีดนิ้ว

ถ้าใครอยากเห็นความคิดเห็นอีกด้านนึงเกี่ยวกับการที่ประชากรขยายแล้วทำให้เราสามารถผลิตอาหารได้มากๆเป็นผลเสียยังไงบ้าง พี่ทุยแนะนำลองหาหนังสือชื่อ “Sapiens A Brief History of Humankind” เล่มนี้ โดยที่ตอนนี้ก็มีแปลเป็นไทยแล้วเช่นกัน ซึ่งมันจะทำให้เราได้เห็นในอีกแง่มุมนึงที่ดีมากเลยล่ะ


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: