เปิดแฟ้มชีวิตแสนล้านของ "เจ้าสัวเจริญ"

เปิดแฟ้มชีวิตแสนล้านของ “เจ้าสัวเจริญ”

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ก่อนที่จะมาเป็น​ “เจ้าสัวเจริญ​ สิริ​วัฒน​ภักดี” มหาเศรษฐี​อันดับ 2 ของประเทศ และอันดับที่​ 87​ ของโลกอย่างในวันนี้นั้น​ ท่านเริ่มต้นด้วยการเป็นลูกชาวจีนขายหอยทอดธรรมดาๆ​ ที่จบเพียง​ ป.4 เท่านั้น
  • ความอดทน​ ขยัน และการมีหัวการค้าของเจ้าสัวเจริญ​ทำให้ชีวิตท่านก้าวหน้า​ขึ้นเรื่อยๆ​ จาก​คนขายของหาบเร่ก็เลื่อนมาเป็น​ “ซัพพลายเออร์” ของโรงสุราบางยี่ขัน​ และเข้าซื้อ​ “บริษัท​ธาราน้ำทิพย์” เป็นที่แรก​ในปี​ 2518
  • คติจีนที่เจ้าสัวเจริญ​ยึดถือ คือ​ “อดทน​ เสียสละ​ สุขุม​ ร่าเริง” และอีกคุณ​สมบัติที่ทำให้ท่านประสบความสําเร็จ ​คือ​ การหมั่นมองหาโอกาสอยู่เสมอ​ และเมื่อเจอแล้วก็ไม่ลังเลที่จะคว้าเอาไว้

เป็นที่ฮือฮากันอย่างมาก​ เมื่อเจ้าสัวเจริญ​ สิริวัฒนภัก​ดี แห่งไทยเบฟฯ​ตัดสินใจซื้อ​ Starbucks แต่อันนี้พี่ทุยไม่ได้หมายถึง​ “เจ้าสัวเจริญ” ​สั่งเลขาฯ ให้ไปซื้ออเมริกาโน่ร้อนหรือลาเต้เพิ่มวิปครีม​ ไซต์ ​Venti มาแก้วนึงนะ (ฮ่า) ​ แต่หมายถึง เจ้าสัวเจริญเข้าซื้อกิจการ​ Starbucks 720 สาขาในประเทศ​ไทยเลยล่ะ! แต่บทความนี้พี่ทุยขอโฟกัสไปที่ประวัติ​ชีวิตของเจ้าสัวเจริญแทน

​ชีวิตของเจ้าสัวเจริญคนนี้น่าสนใจในหลายแง่มุมทีเดียว​ และเมื่ออ่านประวัติ​ของท่านแล้วจะรู้ซึ้งเลยแหละว่าฉายา​ “ราชาเทคโอเวอร์​” ​ไม่ได้ถูกอุปโลกน์​ขึ้นมาลอยๆ​ แต่รายชื่อกิจการที่ถูกท่านเทคโอเวอร์ยาวเป็นหางว่าวเลยแหละ​ ไม่เชื่อลองไปอ่านย้อนหลังดูได้ในบทความ​ ไทยเบฟฯ​ ผู้ปกครองคนใหม่ของสตาร์บัค​ในไทย 

ก่อนที่จะมาเป็นมหาเศรษฐี​อันดับ​ 2 ของเมืองไทย ด้วยทรัพย์สิน​และสินทรัพย์​รวมมูลค่า​ 14,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ​หรือคิดเป็น​ 4.6​ แสนล้านบาทไทย​ และจัดเป็นมหาเศรษฐี​อันดับที่​ 87​ ของโลกอย่างทุกวันนี้

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อวันที่​​ 2 พฤษภาคม​ 2487 เด็กชายเจริญ​ ศรีสมบูรณานนท์ (ตอนนั้นยังไม่ได้รับพระราชทานนามสกุล​ “สิริวัฒนภัก​ดี”) ในครอบครัวของชาวจีนแต้จิ๋ว​แซ่โซว จึงมีชื่อจีนอีกชื่อว่า​ “เคียกเม้ง”

ในสมัยนั้น​ คนนิยมมีลูกมาก​ การคุมกำเนิดและการวางแผนครอบครัวก็ยังไม่แพร่หลาย​ ครอบครัวของเด็กชายเจริญก็เช่นกัน​ เพราะมีลูกมากถึง​ 11​ คน​ เป็นผู้ชาย​ 6 คนและผู้หญิง​ 5 คน​ หลายคนคงคิดว่าเหล่ามหาเศรษฐี​ทุกวันนี้นั้นล้วน​ “คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด” ประมาณ​ว่าครอบครัวรวยมาก่อนอยู่แล้ว​ พอเอาเงินต่อเงิน​ ​ก็แน่นอนว่าเงินจะเพิ่มจำนวนได้ง่ายกว่าและรวดเร็วกว่าการมีแต่เหรียญ​สิบ​ เหรียญ​ห้าอย่างคนทั่วๆไปน่ะสิ

ถ้าเด็กชายเจริญคาบช้อนมาเกิด​ ก็คงเป็นช้อนสังกะสี​ เพราะนายติ่งเลี้ยง​ แซ่โซว​ พ่อของเขาเป็นพ่อค้าขายหอยทอดอยู่ในซอยที่ติดกับโรงเรียนจีน​ เด็กชายเจริญ​ใช้เวลาถึง​ 8​ ปีกว่าจะเรียนจบป.4 ไม่ใช่เพราะหัวไม่ดี​ แต่เพราะต้องเรียนไปทำงานไปด้วย​โดยการค้าขายเล็กๆ​น้อยๆ​ จะเห็นได้ว่า​ เจ้าสัวเจริญ​มีหัวทางการค้าตั้งแต่​เด็กเลย​ ท่านเริ่มฝึกขายตั้งแต่ของชิ้นเล็กชิ้นน้อย​ จนปัจจุบันมาซื้อขายของที่ชิ้นใหญ่​ขึ้น​อย่างบริษัทไงล่ะ (ฮ่า)

ต่อมาเมื่ออายุ​ 11​ ปี​ เด็กชาย​เจริญ​ก็เลิกเรียนหนังสือ​ ออกมาทำงานเต็มตัว​โดยรับจ้างเข็นรถส่งสินค้า ย่านสำเพ็ง ทรงวาด จากนั้นจึงขยับเป็นพ่อค้าหาบของขาย

จุดเริ่มต้นในวงการสุราของ​ “ราชาน้ำเมา” คนนี้​ โหมโรงขึ้นในปี​ 2504 เมื่อนายเจริญ​ ในวัย​ 17​ ปี​ได้ผันตัวไปเป็นลูกจ้างของชาวจีนอพยพคนหนึ่ง​ ซึ่งชาวจีนคนที่ว่านี้ได้จัดส่งสินค้าให้โรงสุราบางยี่ขัน​ เรื่องราวก็ดำเนินไปไวเหมือนในหนัง​ไม่มีผิด​ เพราะเพียง​แค่ปีเดียว​ ลูกจ้างคนนั้นก็กลายเป็น​ “ซัพพลายเออร์​” ผู้กระจายสินค้าให้กับโรงงานสุราบางยี่ขันเสียเอง ในตอนนี้เองนายเจริญ​ก็ได้รู้จักกับนายจุล กาญจนลักษณ์​ ผู้เชี่ยวชาญ​การปรุงรสสุราโดยเฉพาะสูตร​ “แม่โขง”

อาจจะเพราะนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตนประกอบกับความขยันขันแข็ง​และความมีหัวการค้าของเขา​ ไม่นาน​นัก​ นายเจริญก็ได้เป็นขุนพลคู่ใจของ​ “เจ้าสัวเถลิง​ เหล่าจินดา” ผู้ที่มีอำนาจในการจัดซื้อจัดหาอุปกร​ณ์ทุกอย่างของโรงงาน​

ถ้ามีคนนำเอาเรื่องราวชีวิตของเจ้าสัวเจริญ​ไปทำหนังแล้วล่ะก็​ เจ้าสัวเถลิงคนนี้คงถือเป็นตัวละครที่มีความสำคัญ​ไม่น้อย​ เพราะเขาเป็นผู้ชักนำให้ลูกจีนธรรมดาๆ​ อย่าง​โซวเคียกเม้งหรือนายเจริญ​เข้ามาคลุกวงในเหล่าเจ้าสัว​ จนได้พบรักกับ​ “วรรณนา​ แซ่จิว” ซึ่งปัจจุบันก็คือ​ “คุณหญิง​วรรณ​นา​ สิริวัฒนภัก​ดี” นอกจากนี้​ เจ้าสัวเถลิงยังเป็นหุ้นส่วนเปิดซิงการเทคโอเวอร์​กิจการอีกด้วย​ จนทำให้เจ้าสัวเจริญ​ติดใจและเทค​โอเวอร์​กิจการนับสิบอย่างทุกวันนี้

การเทคโอเวอร์​กิจการครั้งแรกของนายเจริญ​และเจ้าสัวเถลิงได้เกิดขึ้น​ในปี​ 2518 ในครั้งนั้นคือ​ “บริษัทธารน้ำทิพย์” ผู้ผลิต​ “ธาราวิสกี้” ซึ่งในตอนนั้นบริษัท​ประสบภาวะขาดทุน​จนต้องติดป้ายเซลล์​ แต่เมื่อกิจการถูกเปลี่ยนมือ​และบริหารโดยคนที่คว่ำหวอดในวงการน้ำเมาอย่างเจ้าสัวเถลิงและนายเจริญแล้ว​ ก็รุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ​ และคือ​ “บริษัท​แสงโสม” ในปัจจุบัน

ชีวิตของนายเจริญ​ก็ยังโฟกัสอยู่ที่การค้าขาย​ แม้จะเปลี่ยนจาก​นายเจริญมาเป็น​ “เจ้าสัวเจริญ​” แล้วในปี​ 2529 เจ้าสัวเจริญ​ในวัย​ 42​ ปีเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มธนาคารต่างๆ​ ในขณะนั้น​ โดยมีพ่อตาให้ความช่วยเหลือ​

หลังจาก​นั้น​ เจ้าสัวเจริญ​ก็เข้าเทคโอเวอร์กิจการต่างๆ​ มากมาย​ เช่น​ โออิชิ​ กรุ๊ป​ บริษัท​เสริมสุข​ KFC​ ห้าง Big C ​ เรียกได้ว่า​ เวลาที่เราออกไปจับจ่ายใช้สอยนอกบ้าน​ ไม่ว่าจะซื้อหรือใช้บริการอะไร​ คงหลีกเลี่ยงที่จะใช้บริการสินค้าจากบริษัท​เจ้าสัวได้ยาก​

ไทยเบฟฯ ผู้ปกครองคนใหม่ของสตาร์บัคส์ในไทย

คติจีนข้อที่หนึ่งที่ เจ้าสัวเจริญ​ยึดถือ คือ​ “อดทน​ เสียสละ​ สุขุม​ ร่าเริง” แต่ความอดทนที่ท่านพูดถึง​ ไม่ใช่ความอดทนอย่างเดียวที่ขาดปัญญามากำกับ​ ซึ่งบางทีอาจเรียกได้ว่า​ “การดันทุรัง” แต่ท่านได้รดน้ำพรวนดินก่อนจะนำเอาความอดทนนั้นลงไปเพาะปลูกอย่างดีแล้ว​ ซึ่งการรดน้ำพรวนดินที่พี่ทุยหมายถึง คือ การขวนขวายศึกษาในเรื่องที่สนใจอย่างเป็นจริงเป็นจัง​ จนรู้ลึกถึงแก่น​ จะเห็นได้ว่ากิจการต่างๆ​ ที่เจ้าสัวเจริญ​เข้าซื้อ​ ท่านเน้นเลือกซื้อหลักๆ​ คือ กิจการในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม​ ซึ่งมีความรู้​ ความเข้าใจ​ดีอยู่แล้ว​

ส่วนข้อที่สอง​ คือ​ “การเสียสละ”​ ซึ่งท่านบอกว่าคุณสมบัติ​ข้อนี้จะทำให้พ้นภัยและไม่มีศัตรู​

ข้อที่สาม​ คือ “ความสุขุม”​ เจ้าสัวเจริญ​ได้อธิบายว่า ความสุขุมจะทำให้มีสติ​ และเมื่อมีสติย่อมเกิดปัญญา​ ส่วนความร่าเริง​ จะทำให้เราสุขภาพดีและอายุยืนยังไงล่ะ

นอกจากคติประจำใจนี้เเล้ว​ สิ่งที่พี่ทุยเห็นได้ชัดจากเรื่องราวชีวิต​ของท่าน คือ​ การเป็นคนที่รู้จักการวิ่งเข้าหาโอกาส​ แต่พิเศษตรงที่ว่าการวิ่งเข้าหาโอกาสของท่าน เป็นการวิ่งที่มีการเตรียมตัวมาอย่างดี​ ทั้งการมีหัวการค้า​ มีความรู้ความเข้าใจ​ในสิ่งที่จะทำ​และมีทิศทางแน่ชัดว่าจะวิ่งไปทางไหน​ ซึ่งก็คือ การเลือกวิ่งในลู่วิ่งหรือธุรกิจ​ที่ตัวเองมีความชำนาญเป็นอย่างดี​

สุดท้ายแล้ว​ การวิ่งเข้าหาโอกาสของเจ้าสัวเจริญ​จึงไม่เจ็บตัว​ ​ไม่เอาหัวโหม่งเสาหรือกล้ามเนื้ออักเสบระหว่างทาง​ เพราะเตรียมการมาอย่างดีแล้ว​ ส่วนเราๆ​ที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าสัวก็อย่าลืมเร่งเตรียมตัวเข้า​ล่ะ​ เหลาดินสอที่จะใช้ให้คม​เอาไว้​ แต่ถ้าไม่มีประตูแห่งโอกาสไหนเปิดอ้าต้อนรับ​ ก็ใช้ดินสอแท่งนั้นวาดประตู​ขึ้นมาซะเองเลยสิ!

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: