เคล็ดลับความรวยของ "ชาบูนางใน" รวยจากคิดเงินบุฟเฟ่ต์เพิ่มหรือเปล่า ?

เคล็ดลับความรวยของ “ชาบูนางใน” รวยจากคิดเงินบุฟเฟต์เพิ่มหรือเปล่า ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ธุรกิจบุฟเฟต์เป็นธุรกิจฮิตติดอันดับ 3 ของไทย ด้วยมูลค่าตลาดที่สูงถึง 15,000 ล้านบาท เมื่อลูกค้ากินอิ่มก็จะรู้สึกคุ้มค่า ส่วนร้านบุฟเฟ่ต์ที่ควบคุมต้นทุนได้ดีก็สามารถอยู่ได้
  • บริษัทของร้านชาบูนางในอยู่บริษัทย่อย 2 แห่ง มีรายได้รวมกันกว่า 8 ล้านบาท โดยกลยุทธ์หลัก คือ การใช้ความเป็นกันเองเหมือนรับประทานที่บ้าน
  • หลังจากที่เกิดดราม่า ชาบู ชาบู นางใน ขอขึ้นราคาหากลูกค้าทานแต่เนื้อ ทำให้เกิดกระแสในเชิงลบกับร้านชาบู ชาบูนางในสาขานั้น

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

พี่ทุยว่าร้านอาหารประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในประเทศไทยคือ ร้านบุฟเฟต์ ที่สามารถให้ลูกค้าเลือกทานได้อย่างอิสระ ไม่จำกัด ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่ามากกว่าการกินอาหารแบบทั่วไป (A la carte) ซึ่งเมื่อวานนี้ก็เกิดดราม่ากับร้านบุฟเฟต์ชื่อดังอย่าง “ชาบูนางใน” (ชื่อร้านเต็ม ๆ คือ ชาบู ชาบู นางใน พี่ทุยขอเรียกสั้น ๆ แบบนี้แล้วกันนะ)

ถ้าใครนึกไม่ออกว่าดราม่าขนาดไหน พี่ทุยแนะนำให้ลองไปดูที่เทรนด์ในทวิตเตอร์กับ #ชาบูนางใน แล้วจุดเริ่มต้นของ “ชาบูนางใน” เป็นยังไง เค้ารวยได้ยังไง เกิดอะไรขึ้นกับดราม่าครั้งนี้ พี่ทุยจะพาไปดูกัน..

จุดเริ่มต้นของชาบู “ชาบู นางใน”

อย่างที่พี่ทุยบอกไปแล้วว่าชื่อเต็มของชาบูนางใน คือ “ชาบู ชาบู นางใน” ที่เริ่มต้นประมาณปี 2552 โดย ‘คุณวันเลิด พวงพยอม’ ต้องการหาอาชีพไว้รองรับหลังเกษียณจากการทำงาน และด้วยในช่วงนี้เป็นยุครุ่งเรืองของร้านชาบูในไทย จึงเกิดมาเป็น ชาบู ชาบู นางใน ขึ้นมา

โดย “ชาบู ชาบู นางใน” เริ่มสาขาแรกที่เป็นต้นตำรับอยู่ที่ พระราม 9 ซอย 41 หลังห้างเดอะไนน์ โดยร้านจะถูกตั้งอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง คุณวันเลิดให้เหตุผลว่าอยากให้ลูกค้าได้บรรยากาศที่เหมือนทานอยู่ที่บ้าน เพราะบ้านเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศในการทานอาหารที่ดีที่สุด

และด้วยแนวคิดนี้เองทำให้บริการก็ยังเป็นกันเองสุด ๆ จนถึงขั้นลูกค้าสามารถทานอาหารในราคาปกติได้ (A la carte)  แต่ถ้าลูกค้ากินเกินราคาบุฟเฟต์ ทางร้านก็จะคิดเป็นราคาบุฟเฟต์ให้ทันที อารมณ์ประมาณว่ากินเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น แต่กินเยอะมีอั้นการจ่าย พี่ทุยว่าเป็นการฉีกกฏร้านบุฟเฟต์ทั่วไปในช่วงเวลานั้น ถือว่าเป็นการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าแบบคาดไม่ถึงด้วย

จนทำให้ “ชาบู ชาบู นางใน” กลายเป็นที่เลื่องลือ มีการขยายแฟรนไชส์กระจายทั่วประเทศ ในช่วงปี 2558 ถือว่าเป็นจุดรุ่งเรืองที่สุด “ชาบู ชาบู นางใน” เลยทีเดียวเพราะเคยมีสาขาสูงถึงกว่า 90 สาขา แต่ในปัจจุบันชาบู ชาบู นางในมีการลดสาขาลงจนเหลือ 30 กว่าสาขา ด้วยเหตุผลการควบคุมคุณภาพที่ตกลงจากการกระจายสาขา รวมถึงได้ผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันของธุรกิจที่สูง

ดราม่าร้อนชาบู ชาบู นางใน

เมื่อวานมีกระแสดราม่าอย่างหนัก หลังชาบูโฮมเมดชื่อดัง “ชาบู ชาบูนางใน” สาขาพระราม 9 ซอย 43 (คนละสาขากับสาขาต้นตำรับนะ) มีการแจ้งลูกค้าขอปรับราคาขึ้นหากลูกค้าทานเฉพาะเนื้ออย่างเดียว ซึ่งโดยปกติแล้ว “ชาบู ชาบู นางใน” จะเป็นบุฟเฟ่ต์ในราคา 349 บาท ที่สามารถทานได้ไม่จำกัดเวลาและให้อิสระกับลูกค้าสามารถกินได้ไม่อั้น

การที่ทางร้านแจ้งขอเพิ่มราคากับลูกค้าสูงกว่าที่ตั้งไว้ในตอนแรก ทำให้ลูกค้าเกิดความไม่พอใจและทำการรีวิวร้านค้าผ่านช่องทาง Facebook โดยทางร้านเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ชี้แจงเหตุผลของตัวเอง จึงเกิดการถกเถึยงและเป็นประเด็นดราม่าถึงความสมเหตุสมผลของการขึ้นราคานี้

และด้วยความเป็นเองและบริการที่ดีจากสาขาต้นตำรับ แม้จะเกิดดราม่าขึ้น เราก็จะเห็นหลาย ๆ ข้อความที่ออกมาปกป้องสาขาต้นตำรับ และแยกแยะการบริหารว่าเป็นเฉพาะสาขานั้นเท่านั้นไม่ได้โจมตีสาขาอื่น ๆ

นอกจากนี้เราจะเห็น Facebook Fanpage ของชาบู ชาบู นางในสาขาอื่น ๆ โพสต์ออกไปแนวทางว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับสาขาสาขาพระราม 9 ซอย 43 ด้วย ถ้าลูกค้ามากินที่ร้านก็ยังคิดราคาเดียวเช่นเดิม 

หัวใจหลักของธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์คือ ‘ความคุ้มค่า’

สิ่งแรกเลยที่ลูกค้าเกือบทุกคนเลือกที่จะไปทานร้านบุฟเฟต์มากกว่ากินแบบ A la carte คือ ‘ความคุ้มค่า’ การที่ลูกค้าเลือกทานบุฟเฟต์นั้นลูกค้าสามารถกินได้ไม่จำกัด มีตัวเลือกที่หลากหลาย ในราคาที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก 

จึงเป็นเรื่องปกติที่หลาย ๆ คนเวลาทานบุฟเฟต์จะเลือกทานแต่เมนูที่แพงๆ หรือพยายามเลี่ยงเมนูแป้งเพื่อให้เราสามารถรับประทานอาหารได้ในปริมาณที่มากที่สุด หรือบางคนก็ถึงขั้นอดอาหารมาเพื่อที่จะกินมื้อเดียวให้หนำใจเลยก็มี

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ร้านอาหารแบบบุฟเฟต์จึงได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะในมุมมองลูกค้าเองนั้น ลูกค้าจะได้รับความคุ้มค่าจากการเลือกกินบุฟเฟต์ จุดนี้เองทำให้ร้านอาหารบุฟเฟต์ติดอันดับ 3 ธุรกิจยอดฮิต และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 15,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

รู้หรือไม่ว่า ? ร้านบุฟเฟต์มีอำนาจต่อรองด้านราคาวัตถุดิบที่สูงกว่าร้านอาหารทั่วไป

สเน่ห์หลักของร้านบุฟเฟต์นั้น คือ สามารถดึงดูดคนได้ในปริมาณที่เยอะกว่าปกติ และยังจูงใจให้คนรับประทานมากกว่าที่ปกติทานอีกด้วย มีร้านบุฟเฟต์เจ้าดังเจ้าหนึ่งได้เก็บสถิติการรับประทานอาหารของลูกค้าต่อคน เฉลี่ยแล้วรับประทานสูงถึง 1.2 กิโลกรัมต่อคนเลยทีเดียว

เมื่อร้านมีลูกค้าเยอะกว่าปกติแถมยังยินดีที่จะบริโภคในปริมาณที่มากกว่าปกติด้วยแล้ว ก็เหมือนร้านสามารถขายของได้จำนวนที่มากกว่าร้านอาหารทั่วไปนั่นเอง และเมื่อร้านต้องใช้วัตถุดิบเยอะก็จะมีอำนาจในการต่อรอง สามารถหาวัตถุดิบในต้นทุนที่ถูกลงได้

ซึ่งถึอว่าเป็นเรื่องปกติมาก ๆ สำหรับร้านบุฟเฟต์ที่ ‘กำไรต่อหัวของลูกค้า’ ที่เดินเข้ามาใช้บริการจะไม่เท่ากัน บางคนทานน้อย บางคนทานเยอะ ยิ่งสำหรับบางคนที่ทานเยอะจนร้านขาดทุนก็มี แต่โดยเฉลี่ยกับลูกค้าทุกหลายแล้ว ยังสามารถทำให้ร้านรักษากำไรได้อยู่นั่นเอง

โดยเฉลี่ยแล้วร้าน “ชาบู ชาบู นางใน” มีค่าใช้จ่ายในด้านวัตถุดิบไม่รวมเนื้อสัตว์ อยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทต่อวัน ในส่วนของเนื้อหมูและรวมกันเกือบ 10,000 บาทต่อวัน โดยค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วงวันหยุดตามปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และด้วย “ชาบู ชาบู นางใน” มีการตั้งราคาบุฟเฟต์ไว้อยู่แล้วที่ 349 บาท ดังนั้นการที่ร้านจะเพิ่มกำไรต่อหัวได้นั้นจะทำได้จากการควบคุมต้นทุนเป็นหลัก

แต่พี่ทุยคิดว่าการที่จะไปคิดราคาเพิ่มขึ้นกับลูกค้านั้นไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องปกติที่ทางร้านต้องเจอกับลูกค้าที่อาจจะทานเยอะ จนทำให้ร้านขาดทุนได้ ซึ่งพี่ทุยเชื่อว่าแทบจะทุกคนที่เข้ามาทานบุฟเฟต์ก็คิดถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก ทางร้านจะต้องรับความเสี่ยงตรงนี้ไปอยู่แล้ว

ถึงแม้ว่าทางร้านอาจจะสามารถกีดกั้นลูกค้าที่ทำให้ร้านขาดทุนออกไปได้ แต่จากดราม่าที่เกิดขึ้นครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่าภาพลักษณ์ต่าง ๆ รวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ตีกลับมาโดยเฉพาะในโลกออนไลน์ พี่ทุยบอกได้เลยว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นประเมินค่าไม่ได้แน่นอน เมื่อเกิดกระแสแบบนี้อาจจะทำให้สาขานั้นอาจะต้องปิดสาขาไปเลยก็เป็นไปได้เหมือนกัน

“ชาบูนางใน” รวยแค่ไหน ?

จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบธุรกิจจดทะเบียนด้วยชื่อ ชาบู ชาบู นางใน ด้วยกัน 2 บริษัท ได้แก่

บริษัท ริช มัลติพลาย จำกัด เริ่มจดทะเบียนเมื่อปี 2557 ด้วยชื่อ บริษัท ชาบู ชาบู นางใน จำกัด ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ริช มัลติพลาย จำกัด โดยยังคงชื่อนิติบุคคลภาษาอังกฤษเป็น Chabu Chabu Nangnai Company Limited โดยประกอบธุรกิจขายอาหารสด และอาหารปรุงสำเร็จ

"ชาบูนางใน" รวยแค่ไหน รวยจากคิดเงินบุฟเฟ่ต์เพิ่มหรือเปล่า ?

ต่อมาปี 2561 บริษัท ชาบู ชาบู นางใน จำกัด ได้จดทะเบียนด้วยชื่อนิติบุคคลว่า Shabu Shabu Nangnai Company Limited โดยอยู่ในหมวดธุรกิจ การบริการอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร ประกอบกิจการร้านอาหารประเภทชาบู

"ชาบูนางใน" รวยแค่ไหน รวยจากคิดเงินบุฟเฟ่ต์เพิ่มหรือเปล่า ?

สำหรับใครที่อยากกินบุฟเฟต์ให้คุ้มค่า พี่ทุยมีคอนเทนต์ที่เป็นเทคนิคการกินมาแนะนำกัน คลิกอ่านได้เลยที่นี่


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: