งาน VS "เพื่อนร่วมงาน" อะไรชวนปวดหัวกว่ากัน ?

งาน VS “เพื่อนร่วมงาน” อะไรชวนปวดหัวกว่ากัน ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • อุปสรรคในการทำงานมักไม่ได้เกิดจากเนื้องาน แต่กลับเป็นหัวหน้างานหรือคนในทีมที่มีพฤติกรรมเป็นพิษ ซึ่งถ้าเราโชคร้ายได้ทำงานร่วมกับคนสไตล์นี้ การใช้ชีวิตในที่ทำงานก็อาจกลายเป็นเรื่องยากในทันที
  • การให้กำลังใจ จะช่วยให้เพื่อนร่วมงานรอบตัวมีความสุขและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การบริหารทีมที่ดี แต่ถ้าขาดการสื่อสารอย่างเหมาะสมก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ตรงกันข้ามได้เช่นกัน

ถ้าพูดถึงความสุขของการทำงาน  พี่ทุยเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงคิดถึงเงินเดือน “เพื่อนร่วมงาน” ที่ดี การได้ทำงานที่ชอบ หรือแม้แต่เดดไลน์และความเครียดในปริมาณที่เหมาะสม

แต่ถ้าถามถึงสิ่งที่ทำให้งานเสร็จช้าลงล่ะ ? เชื่อไหมว่าอุปสรรคในการทำงานมักไม่ได้เกิดจากเนื้องาน แต่กลับเป็นหัวหน้างานหรือคนในทีมที่มีพฤติกรรมเป็นพิษ ซึ่งถ้าเราโชคร้ายได้ทำงานร่วมกับคนสไตล์นี้ การใช้ชีวิตในที่ทำงานก็อาจกลายเป็นเรื่องยากในทันที

“เพื่อนร่วมงาน” แบบไหนที่ชวนปวดหัวมากกว่างาน ?

1. สื่อสารไม่ดี มีภัยไปกว่าครึ่ง

ทักษะด้านการสื่อสาร เช่น การประสานงาน การเจรจาไกล่เกลี่ย และการให้กำลังใจ จะช่วยให้เพื่อนร่วมงานรอบตัวมีความสุขและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การบริหารทีมที่ดี แต่ถ้าขาดการสื่อสารอย่างเหมาะสมก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ตรงกันข้ามได้เช่นกัน

2. ขาดความโปร่งใส ไม่แชร์ข้อมูล

ข้อมูลบางอย่างที่เป็นความลับในบริษัท เช่น การคำนวณต้นทุนของสินค้า ผลกำไรในแต่ละไตรมาส มักจะมีผู้ที่เข้าถึงได้เพียงหยิบมืออย่างผู้จัดการฝ่ายการตลาด ซึ่งการทำงานกับทีมก็ต้องเลือกแชร์ข้อมูลให้ทุกคนอย่างเหมาะสมและยอมรับได้ทั้งสองฝั่ง หากเกิดการปกปิดข้อมูล ไม่แจ้งสถานการณ์ใด ๆ แก่ลูกทีมก็อาจก่อให้เกิดความลำบากใจในการทำงาน และขาดความเชื่อมั่นใจองค์กร

3. ใด ๆ ในโลกล้วนเป็นผลงานฉัน

เพราะความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากคน ๆ เดียว ผลงานย่อมเกิดจากทุกคนในทีมที่ช่วยกันสร้างสรรค์และทำหน้าที่ของตนเองตามที่ได้รับมอบหมาย แต่บางครั้งเราอาจจะเจอกับผู้นำทีมหรือเพื่อนที่คอยดึงความดีความชอบไปเป็นของตน หรือร้ายหน่อยอาจส่งผลต่อการโปรโมทตำแหน่งของผู้ที่มีส่วนร่วมกับงานจริง ๆ

4. งานนี้พี่ว่าไหว (ตลอด)

การประเมินสถานการณ์และสั่งงานอย่างเหมาะสม คือ ทักษะบริหารที่ขาดไปไม่ได้ในแต่ละทีม แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผู้จัดการเลือกเดินหน้าในเวลาที่ใคร ๆ ต่างมองว่าไม่มีทางไปต่อล่ะ เช่น การบังคับให้ทำยอดขายทะลุเป้าในเวลาที่สินค้าของเราไม่ได้ติดตลาดอีกต่อไป แน่นอนว่าผลเสียย่อมเกิดแก่ทีม และนำไปสู่ความเครียดในเชิงลบ

5. รักทีม (เกินไป)

ข้อนี้อาจไม่ส่งผลลบโดยตรงกับทีมเท่าไร แต่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้เมื่อมีข้อพิพาทระหว่างแผนก เพราะถ้าพี่ใหญ่ของแต่ละฝั่งล้วนเข้าข้างทีมตัวเองโดยไม่ดูเหตุผลล่ะก็อาจนำไปสู่ความแตกแยกในบริษัทได้

เพื่อนร่วมงานแบบไหนที่ใช่สำหรับทุกคน ?

เห็นแบบนี้แล้วการจะทำตัวให้ถูกใจทุกคนอาจไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้พี่ทุยเลยนำทริคดี ๆ ในการพัฒนาตนให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำทรงเสน่ห์มาฝาก มาลองดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. ให้คำแนะนำที่ดี มีการสอนงาน

ลองนึกถึงวันแรกที่เราเข้าทำงาน หากรุ่นพี่คนไหนใส่ใจเราเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะด้วยการถ่ายทอดวิชาหรือพาไปรู้จักแต่ละแผนก เราก็จะจำเขาได้ในฐานะรุ่นพี่ที่เอาใจใส่ทีมเป็นอย่างดี หากเราเป็นผู้เอื้อเฟื้อความรู้และสนับสนุนความสำเร็จของผู้อื่น ทุกคนในทีมก็จะมีความสุขเมื่อได้เข้าหาเรา

2. พูดจามีวาทะศิลป์

การชมเชยและการตักเตือนด้วยถ้อยคำสุภาพ เป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีในทีมพร้อม ๆ กับการนำไปสู่เป้าหมายโดยไม่สร้างความขัดแย้งภายใน ข้อนี้อาจเริ่มต้นยากนิดหน่อยเพราะบางทีอารมณ์อาจไปไวกว่าความคิด แต่เทคนิคคือการพิจารณาเหตุและผลก่อนนำเสนอประเด็นออกมา เพื่อให้บทสนทนานั้นไม่หลงประเด็นและนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้อง

3. มีทักษะในการบริหาร

นอกจากจะทำหน้าที่ของตนได้อย่างดีแล้ว เราสามารถสร้างความมั่นใจแก่ทีมด้วยการกระจายงานตามความสามารถ และเป็นกันชนที่ดีเมื่อมีความขัดแย้ง

4. เป็นกลางอย่างเป็นธรรม

ให้ความสำคัญกับบรรยากาศดี ๆ ในที่ทำงาน ไม่สร้างความร้าวฉานด้วยการเข้าข้างใครมากเกินไป

5. เน้นฟังมากกว่าพูด

เพราะคนที่เข้าหาเรามักต้องการเล่าเรื่องของตนเสมอ การที่เราเป็นผู้ฟังที่ดี คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนอย่างเหมาะสมจะช่วยสร้างความรู้สึกดี ๆ ในที่ทำงานได้อย่างยั่งยืน


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: