แม่หญิงการะเกดมาแรง มาดูกันว่า “บุพเพสันนิวาส” สร้างกระแสอะไรไปบ้าง ?

0
6844
แม่หญิงการะเกดมาแรง มาดูกันว่า “บุพเพสันนิวาส” สร้างกระแสอะไรไปบ้าง ?

ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา บ่าวทุยว่าคงแทบไม่มีคนไหนในพระนครเลยที่ไม่เคยได้ยินชื่อละคร “บุพเพสันนิวาส” ดีไม่ดีบ่าวทุยว่าอาจจะมีแม่หญิงคนไหนเผลอเอาคำว่า ‘ออเจ้า’ ไปเรียกเพื่อนด้วยซ้ำนะขอรับ บ่าวทุยเองก็เฝ้าดูความน่ารักของแม่หญิงการะเกดว่าจะพากระแสละครไทยไปได้ไกลแค่ไหน และวันนี้บุพเพสันนิวาสก็แสดงให้เห็นแล้วว่าได้กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของละครไทยไปแล้ว วันนี้บ่าวทุยเลยจะมาเล่ากระแสความเปรี้ยง ความปังของบุพเพสันนิวาสกันนะขอรับบบบ

“บุพเพสันนิวาส” เป็นนวนิยายของ รอมแพง ซึ่งเริ่มเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์เด็กดีตั้งแต่ปี 2552 และปี 2553 ก็ได้ตีพิมพ์ครั้งแรก ซึ่งก็ได้รับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดในปีเดียวกันนั้นเอง โดยสำหรับเวอร์ชั่นหนังสือนั้นได้ตีพิมพ์เพิ่มอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันก็ได้ตีพิมพ์ผ่านสำนักพิมพ์แฮปปี้ บานานาไปถึงแสนเล่มแล้วนะออเจ้าทั้งหลาย โดยบุพเพสันนิวาสได้ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ใช้เวลาถ่ายทำกันยาวนานถึง 1 ปี 8 เดือน และเริ่มออกอากาศทางช่อง 3 ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561

เรื่องแรกเลยที่บ่าวทุยจะไม่พูดถึงไม่ได้ คือเรตติ้งจากการออกอากาศผ่านจอโทรทัศน์ แม้ว่าตอนแรกที่ออกอากาศเรตติ้งยังไม่ได้ปังมาก แต่ด้วยกระแสปากต่อปากและกระแสในโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ผลักดันให้ตอนต่อไปที่ฉายมีเรตติ้งเฉลี่ยทั้งประเทศสูงขึ้นเรื่อยๆ และมาพีคที่สุดจากการออกอากาศตอนจบเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561 ซึ่งปิดไปได้สวยงามที่ 18.6 ทำสถิติเป็นเรตติ้งละครที่สูงที่สุดในยุคทีวีดิจิทัล แม้แต่นาคี ละครร่วมช่องที่ว่ามาแรงสุดๆ ในปี 2559 ก็ยังคว้าเรตติ้งทั่วประเทศตอนจบไปที่ 17.29 เท่านั้น ซึ่งแม้ว่าสถิติเฉลี่ยทั้งประเทศจะยังไม่สามารถทะลุ 20 ไปได้ แต่ถ้าไปดูเรตติ้งเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว บุพเพสันนิวาสไต่อันดับไปสูงสุดที่ 23.9 ซึ่งในยุคที่ช่องทางการรับสื่อและดูละครของคนยุคสมัยนี้ไม่ได้อยู่แค่การชมผ่านโทรทัศน์แล้ว การได้เรตติ้งสูงระดับนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ นะขอรับ

ไม่เพียงเท่านี้ ด้วยมนต์กฤษณะกาลียังฉุดเอาเรตติ้งเฉลี่ยของช่อง 3 ประจำเดือนมีนาคม 2561 สูงขึ้นมาที่ 1.856 และแซงหน้าแชมป์เก่าอย่างช่อง 7 ที่เรตติ้ง 1.804 ไปได้ฉิวเฉียดเป็นครั้งแรก ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าเรตติ้งพุ่งแรงขนาดนี้มาด้วยละครบุพเพสันนิวาสโดยแน่แท้ 

เหล่าออเจ้าเข้าร่วมชม “บุพเพสันนิวาส” ช่องทางออนไลน์พายอดเข้าชมทั้งหมดเกินกว่า 1,000 ล้านคลิก

แม่หญิงการะเกดมาแรง มาดูกันว่า “บุพเพสันนิวาส” สร้างกระแสอะไรไปบ้าง ?

ด้วยพฤติกรรมการเสพสื่อของคนยุคสมัยนี้ไม่ได้อยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์เท่านั้น บ่าวทุยเลยตามไปดูยอดเข้าชมบุพเพสันนิวาสทั้ง 15 ตอน ผ่าน 3 ช่องทางออนไลน์ได้แก่ mello.me (ระบบวิดีโอเอ็นเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์น้องใหม่ของช่อง 3), Official Channel ของช่อง 3 ใน Youtube และสุดท้ายผ่านการรับชมใน LINE TV โดยยอดรวม 15 ตอน (1 ตอนแบ่งออกเป็น 9 วีดีโอ) ณ วันที่ 15 เมษายน 2561 ที่บ่าวทุยรวบรวมมามียอดเข้าชมถึง 1,023,029,873 ครั้งเลยขอรับแม่นาย! โดยการรับชมสูงสุดเป็นของ Youtube รวมแล้ว 699,844,953 ครั้ง รองลงมาเป็นการรับชมผ่าน mello.me ที่ 197,761,934 ครั้ง และยอดเข้าชมผ่าน LINE TV อีก 125,422,986 ครั้ง เบ็ดเสร็จแล้วรวมกันยอดเข้าชมก็พุ่งไปเกิน 1,000 ล้านครั้งแบบสบายๆ ซึ่งช่อง 3 เองก็จะได้ส่วนแบ่งออนไลน์จากช่องทางอื่นด้วยเช่นกันขอรับ  นอกจากนี้ ยังเกิดปรากฏการณ์ยอดทวิตเตอร์ถล่มทลาย เพราะพฤติกรรมการชมละครสมัยนี้นั้นผู้ชมยังนิยมดูไปและอัพเดทสเตตัสผ่านทางโซเชียลต่างๆไปด้วย ซึ่งผลจากการอินละครของออเจ้าทั้งหลายก็ทำให้เพียงเข้าสัปดาห์ที่ 3 ของการออนแอร์ ออเจ้าก็พาให้ Hashtag #บุพเพสันนิวาส ไปสู่เทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ของโลก ด้วยยอดการทวีตที่ทะลุล้านไปสวยๆ เลยจ้า

ด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งแม่การะเกดคนงามทำรายได้ให้ช่อง 3 มากโข

จากที่สื่อต่างๆ ออกมาคาดการณ์ว่าค่าโฆษณาละครในช่วงไพรม์ไทม์ที่บุพเพสันนิวาสฟันไปอยู่ที่ 480,000 บาทต่อนาที ผู้เชี่ยวชาญก็ประเมินไว้ว่าจากการออกอากาศรวม 18 ตอน (15 ตอนปกติ บวก 3 ตอนพิเศษ) มีโฆษณาเฉลี่ยตอนละ 31.25 นาที จะทำรายได้ค่าโฆษณาให้ช่อง 3 ไปได้ถึง 270 ล้านบาท

นอกจากนี้ Mello.me แพลตฟอร์มในการชมวิดีโอผ่านระบบสตรีมมิ่งของช่อง 3 ที่เริ่มให้บริการไปเมื่อต้นปีนี้ ก็มีตัวเลขผู้เข้าชมถล่มทลาย โดยก่อนบุพเพสันนิวาสออกอากาศมีตัวเลขผู้เข้าชมแค่หลักหมื่น แต่ภายหลังที่บุพเพสันนิวาสออกกาศตอนแรกไปนั้น ตัวเลขผู้เข้าชมก็ทะลุหลักแสนทันที โดยตัวเลข ณ วันที่ 1 มีนาคมหลังละครออนแอร์คืนวันพุธนั้น ตัวเลขผู้เข้าชมผ่านเว็บ mello.me ก็สูงถึง 726,810 ราย ซึ่งจะทำให้ช่อง 3 ดึงดูดเม็ดเงินจากการขายโฆษณาในช่องออนไลน์ได้อีกด้วย ในขณะที่การเข้าชม Bugaboo.tv เว็บสตรีมมิ่งของกลุ่มช่อง 7 ยังอยู่แถวๆ 200,000 รายเท่านั้น บ่าวทุยเดาว่าช่อง 3 จะได้ยิ้มออกก็คราวนี้

แม่หญิงการะเกดมาแรง มาดูกันว่า “บุพเพสันนิวาส” สร้างกระแสอะไรไปบ้าง ?

ไม่เพียงแต่ช่อง 3 เท่านั้นที่ทำรายได้ได้ แต่นักแสดงหลักอย่างแม่หญิงเบลล่า ราณี ก็คว้างานพรีเซ็นเตอร์ของเอไอเอส และงานโฆษณาชุดใหม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ไปได้ ในขณะที่พี่หมื่นโป๊ป ธนวรรธน์ ก็คว้างานพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ในกลุ่มทรูเช่นกัน ซึ่งสื่อต่างๆก็ประเมินว่าภาคธุรกิจยอมทุ่มเงินค่าตัวไม่ต่ำกว่า 7 หลักแน่นอนขอรับ

กระแสแรงสุดฉุดไม่อยู่ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไปสู่อโยธยาและเมืองละโว้

โดยเฉลี่ยแล้วจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนอยู่ที่ปีละ 7.38 ล้านคน โดย 74% เป็นคนไทย สร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละ 900 ล้านบาท แต่หลังจากบุพเพสันนิวาสออกอากาศเท่านั้นแหละ ความปังก็บังเกิด โดยเฉพาะที่วัดไชยวัฒนารามนักท่องเที่ยวแห่แหนกันแต่งกายด้วยชุดไทยเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า จากเดิมในวันธรรมดามีนักท่องเที่ยวประมาณ 600-900 คน เพิ่มเป็น 5,000-6,000 คน ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จากเดิมประมาณ 3,000 คน ก็เพิ่มเป็น 25,000 คน อัตราการเข้าพักโรงแรมแนวโน้มสูงขึ้นกว่า 10% จากเดิมที่ 60% เป็น 70% โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวตามกระแสของละครนั้นจะสร้างรายได้ให้จังหวัดวันละ 30-33 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 15% จากช่วงเวลาปกติ ซึ่งร้านเช่าชุดไทยในพระนครศรีอยุธยาเองก็มีรายได้เพิ่มขึ้นเช่นกันจากเฉลี่ยวันละ ไม่เกิน 2,000 บาท เป็นวันละ 5,000-6,000 บาท โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ จากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังคาดการณ์ด้วยว่าหากประเทศไทยใช้กระแสของบุพเพสันนิวาสในการกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ต่อเนื่องไปได้อีก 1-3 เดือน เช่นเดียวกับต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ที่ใช้กระแสละคร ซีรีส์ ต่างๆ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจรูปแบบหนึ่ง ก็จะสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจเช่าชุด ร้านอาหาร หรือการจับจ่ายใช้สอยต่างๆ ทั้งในอยุธยาและลพบุรีอีกไม่ต่ำกว่า 2,000-5,000 ล้านบาท

ในขณะเดียวกันกระแสบุพเพสันนิวาสก็ยังดังไกลถึงต่างประเทศ โดยจีนขอซื้อทั้งลิขสิทธิ์ละคร และบทประพันธ์ไปรีเมค อีกทั้ง เวียดนาม, ฮ่องกง, รัสเซีย และ เกาหลีใต้ ก็มีติดต่อมาด้วยเช่นกันนะขอรับ  หากเกิดกระแสตามรอยละครจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเพิ่มเติม และจุดกระแสแม่การะเกดนี้ได้ต่อเนื่องถึง 6 เดือน นักเศรษฐศาสตร์ก็คาดว่าอาจจะทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในตลาดราว 20,000-30,000 ล้านบาท

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บ่าวทุยว่าการที่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้ก็ท้าทายความสามารถของเจ้าหน้าที่เหมือนกันนะขอรับว่าจะรับมือกับขยะและความวุ่นวายต่างๆ ที่จะตามมาได้อย่างมืออาชีพแค่ไหน ยังไงก็เป็นกำลังใจให้พี่ๆเจ้าหน้าที่ทั้งหลายด้วยขอรับ

สุดท้าย บ่าวทุยว่าปรากฏการณ์บุพเพสันนิวาสครั้งนี้เป็นตัวพิสูจน์ชั้นดีเลยว่าผู้ชมยังชื่นชอบละครน้ำดี แทรกไปด้วยความรู้แบบนี้อยู่ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ผู้ผลิตทั้งหลายผลิตละครน้ำดีแบบนี้ออกมาเรื่อยๆนะขอรับแม่นายยยยย

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*