ทำไม “กนง. ลดดอกเบี้ย” จนถึงจุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ ?

ทำไม “กนง. ลดดอกเบี้ย” จนถึงจุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ ?

 

ฉบับย่อ

  • กนง . ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยลดลงจาก 1.25% เหลือ 1.00% ซึ่งเป็นจุดที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์
  • ผลจากค่าเงินบาทที่แข็งและการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

การประกาศ “กนง. ลดดอกเบี้ย” นั้นเป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก เพราะ ณ ระดับ 1 % นี้ถือว่าเป็นจุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ของไทยเลยทีเดียว เกิดอะไรขึ้นทำไม กนง. ถึงตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยลงมา วันนี้พี่ทุยจะเคลียร์ประเด็นนี้ให้เพื่อน ๆ หายสงสัยกันนะจ้ะ

ก่อนอื่นพี่ทุยจะให้ทำความเข้าใจก่อนว่า “ดอกเบี้ยนโยบาย” เป็นเครื่องมือในการควบคุมความร้อนแรงของเศรษฐกิจได้ตัวหนึ่ง ถ้าตอนนี้รู้สึกว่าเศรษฐกิจเติบโตเร็วจนเกินไปก็สามารถ “ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น” เพื่อให้ต้นทุนในการดำเนินงานของกิจการเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเป็นการดึงดูดในประชาชนเก็บออมกันมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เงินในระบบลดลงนั้นก็แปลว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ช้าลงอีกด้วยนะ

แต่ในทางกลับกันนั้นเอง ถ้าตอนนี้เศรษฐกิจเติบโตได้ช้าหรือชะลอตัวมาก ก็จะ “ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ต้นทุนของเงินทุนลดลง และกระตุ้นให้ประชาชนเอาเงินออกมาลงทุนหรือทำอย่างอื่นมากกว่าการฝากเงินมากขึ้นด้วยล่ะ

ซึ่งก็หมายความว่าการที่ “กนง. ลดดอกเบี้ย” นโยบายลงมาที่จุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ก็เพราะว่าเศรษฐกิจของไทย พี่ทุยว่าตอนนี้ไทยเราอยู่ในสภาวะค่อนข้างชะลอตัวและเติบโตได้ต่ำกว่าที่คาดไว้ จึงต้องมีการกระตุ้มเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ประกอบกับ 2 ปัจจัยหลักที่กดดันเศรษฐกิจของไทยอยู่ตอนนี้ก็คือ

1. ค่าเงินบาทแข็ง การที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีส่วนช่วยทำให้เงินไหลออกจากประเทศนั้นแปลว่าจะมีความต้องการขายเงินบาท เพื่อซื้อสกุลเงินอื่น ๆ มากขึ้น ก็จะช่วยทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลง ซึ่งประเด็นเรื่องค่าเงินบาทแข็งก็กระทบทั้งการท่องเที่ยวและผู้ส่งออกอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา

2. การระบาดของไวรัสโคโรนา ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนในช่วงที่ผ่านมาลดลงและมีผลกระทบอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นปริมาณเงินในระบบ

จาก 2 ประเด็นหลักในข้างต้นทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ช้าทำให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งด้วยนโยบายการเงินของประเทศไทยเรานั้น จะดำเนินเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น (Flexible Inflation Targeting) แปลว่าอัตราเงินจะมีส่วนกำหนดกรอบของ “ดอกเบี้ยนโยบาย” ด้วยเช่นกันเมื่อเงินเฟ้อต่ำการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา

ซึ่ง ณ ปัจจัยต้องยอมรับความการปรับขึ้นลงของดอกเบี้ยนโยบายนั้น อาจจะไม่ได้มีประสิทธิภาพเหมือนสมัยก่อน ดังนั้นเราจึงจะเห็นการใช้นโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กันหลากหลายนโยบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

– การเลื่อนการจ่ายภาษีเงินได้ออกไปอีก 3 เดือน

– การสนับสนุนทางการเงินแก่ครัวเรือนและธุรกิจ SME

– การปรับโครงสร้างหนี้ในกับลูกหนี้

– การผ่อนคลายมาตราการ LTV

– การเลื่อนการบังคับใช้มาตราการคุมภาระหนี้ต่อรายได้สูงสุด (Debt Service Ratio: DSR )

– การขอความร่วมมือช่วยเหลือแก่ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาไวรัสโคโรนา

มาตราการทั้งหมดนี้ถูกปล่อยออกมาในช่วงไม่ถึง 2 เดือนเท่านั้น ไม่แน่ว่าอาจจะได้เห็นมาตราการต่าง  ๆ เพิ่มขึ้นอีก ถ้าเรื่องของไวรัสโคโรนา ยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีความชัดเจนในการควบคุมได้ และเศรษฐกิจยังคงเติบโตได้ช้า


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: