อยาก "เปิดร้านอาหาร" ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ?

อยาก “เปิดร้านอาหาร” ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • หัวใจหลักของการทำธุรกิจทุกอย่างก็คือกำไร ไม่ว่าจะเปิดร้านอาหารหรืออะไรก็ตามถ้าทำแล้วไม่มีกำไรเราก็คงไม่อยากจะเหนื่อยเพิ่มขึ้น
  • สิ่งที่สำคัญที่จะต้องเตรียมตัวก่อนเปิดร้านอาหาร นั่นก็คือ ทำเลที่ตั้งที่จะต้องดีเพื่อช่วยให้เราประหยัดค่าการตลาด รวมไปถึงแหล่งวัตถุดิบ และสุดท้ายคือเราต้องมีการประมาณการณ์ด้านตัวเลขสำหรับยอดขายและต้นทุนก่อนเสมอ

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

“เปิดร้านอาหาร” เป็นความฝันของพี่ทุยอันนึง และต้องขอเกริ่นก่อนเลยว่าก่อนที่พี่ทุยจะมานั่งบ่นบน Facebook เนี้ย พี่ทุยก็เคยทำร้านอาหารของตัวเองเหมือนกัน เคยเปิดอยู่ในมหาลัยชื่อดังแห่งนึง สิ่งที่งงมากเลยคือว่าพี่ทุยไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใคร แต่มีคำถามหลังไมค์ถามถึงเรื่องนี้เยอะอยู่เหมือนกันเกี่ยวกับการทำธุรกิจอาหาร พี่ทุยก็จะพยายามแชร์เท่าที่พี่ทุยพอมีประสบการณ์แล้วกันนะ ว่าที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง

อะไรสำคัญที่สุดในการ “เปิดร้านอาหาร” ?

ส่วนตัวพี่ทุยมองว่าการเปิดร้านอาหารเป็นอะไรที่ดี เพราะเป็นอะไรที่ซื้อซ้ำได้แน่ๆ ถ้าเราเจ๋งจริงวันนึงคนนึงก็ซื้อซ้ำได้ 3 รอบเลยล่ะ เช้า กลางวัน เย็น ถ้าคนกินไม่เบื่อซะก่อนนะ (ฮ่า) พี่ทุยว่าหัวใจหลักของการทำธุรกิจทุกอย่างก็คือกำไร ไม่ว่าจะเปิดร้านอาหารหรืออะไรก็ตามถ้าทำแล้วไม่มีกำไร พี่ทุยว่าเราก็จะเหนื่อยเพิ่มขึ้นจริงมั้ยล่ะ ? แต่ถ้าเป็นการเปิดร้านอาหารสิ่งที่สำคัญก็คือ..

1. การเปิดร้านอาหารทำเลต้องเลิศ

พี่ทุยเชื่อว่าถ้าเราจะ “เปิดร้านอาหาร” ที่มีหน้าร้าน ยังไงเรื่องของทำเลก็มาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะลองคิดดูว่าการมีทำเลร้านที่ดีจะช่วยให้เราประหยัดค่าการตลาดไปด้วย ไม่ต้องโฆษณาเยอะเพราอย่าลืมว่าการทำโฆษณาคือการทำให้คนรู้จักร้าน ถ้าทำเลดีก็ช่วยทำให้คนรู้จักร้านเราได้แล้ว บางทีอาจจะยอมจ่ายค่าเช่าแพงอีกหน่อยเพื่อเปิดโอกาสในการขายก็ได้เช่นกัน

แต่การเลือกทำเลไม่ใช่แค่เราไปอยู่ 2 ชั่วโมง เห็นคนเยอะแล้วบอกว่ามันดีนะแบบนี้พลาดมากๆ ถ้าให้พี่ทุยแนะนำอย่างน้อยก็ต้อง 7 วัน ทุกวันของสัปดาห์ไปสำรวจให้ดี เพราะมันก็มีผลกับการบริโภคของคนที่เข้าร้านเหมือนกัน ลองคิดดูว่าตัวเราเอง ระหว่างเย็นวันจันทร์ กับ เย็นวันศุกร์ เราจะเข้าร้านแบบไหนกัน พี่ทุยว่าวันจันทร์โอกาสที่จะเข้าร้านธรรมดาสบายๆสูงนะ แต่ถ้าเป็นเย็นวันศุกร์โอกาสที่จะเข้าร้านเพื่อไปสังสรรค์หรือจัดบุฟเฟต์เยอะกว่าแน่นอน ดูง่ายๆอย่างโรงหนังทำไมวันพุธดูหนังถูกล่ะ ? เหตุผลก็เพราะมันเป็นวันกลางสัปดาห์ลูกค้าใช้บริการน้อย แอร์ก็ต้องเปิด จะปล่อยให้โรงว่างก็ใช่ที่ ก็จัดโปรโมชั่นดึงคนมาวันที่ว่างซะเลย !

2. จะเปิดร้านอาหาร แหล่งวัตถุดิบต้องดูให้ดี

อันนี้พี่ทุยอาจจะเด็กไปเยอะเลยตอนนั้นที่ทำธุรกิจ เพราะพี่ทุยโดนฟันเรื่องราคาวัตถุดิบเข้าร้านที่แพงมาก แถมยังต้องเดินทางเพื่อไปเอาวัตถุดิบด้วยตัวเองอีก ราคาเพิ่มเกือบ 2 เท่าในบางเดือน เหตุผลเพราะว่าของมาน้อย พอตอนพี่ทุยเลิกทำก็เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเล่นๆก็มีอีกหลายเจ้าที่ยินดีมาส่งถึงหน้าร้านเลย

อย่าลืมหาทางออกสำรองเรื่องของวัตถุดิบไว้ด้วย เพราะถ้าเจ้าที่เราใช้ประจำเกิดอะไรขึ้นมา ไม่มาส่งของ หรืออยู่ดีๆก็ขายให้เราแพง เราจะได้มีทางออกไว้ด้วย เพราะยิ่งเราคุมต้นทุนได้เท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น แล้วสิ่งที่ต้องระวังก็คือเรื่องของความสดของอาหาร ห้ามงกเด็ดขาด !! ถ้าของคุณภาพตกเมื่อไหร่ทิ้งทันทีไม่ควรคิดว่าไม่เป็นไรหรอก หรือว่าเสียดายแล้วยกไปให้ลูกค้ากินเด็ดขาด พี่ทุยบอกเลยว่าได้ไม่คุ้มเสียแน่นอน ดังนั้นการวางแผนว่าจะซื้อของเข้าร้านเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม ถ้าเอาแบบสุดยอดเลยคือขายได้หมดพอดีเป๊ะๆ ซึ่งเป็นไปไม่ได้หรอก (ฮ่า) แต่การจดบันทึกการใช้ของก็จะช่วยทำให้เราคำนวนสต๊อกของวัตถุดิบได้ดีขึ้นด้วย

3. ลองทำประมาณการณ์ด้วยเสมอ

พี่ทุยคิดว่าเวลาจะ “เปิดร้านอาหาร” ต้องประมาณการณ์เอาไว้ด้วย ถ้าขายได้วันละ 100 จาน หลังจากหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างกำไร 3,000 บาท ก็ไม่เลวนะ เปิด 30 วันก็ทำกำไรเห็นๆแล้ว 90,000 บาทต่อเดือน แล้วก็อาจจะคิดว่าไหวก็เลยลองลุยดูก็เป็นได้ เพราะตอนพี่ทุยจะเปิดร้านก็คิดแบบนี้

แต่ความเป็นจริงที่เจอก็คือ ช่วงที่จะขายได้เต็มๆเอาแบบเหนื่อยกันเลย คือ มื้อเย็นเท่านั้น แล้วช่วงเวลาที่ขายได้ก็คือ 18.00-21.00 น. ก็คือวันละ 3 ชั่วโมงที่ขายได้จริงๆ ตอนนั้นพี่ทุยวางแผนว่าถ้าขายได้ 200 จานต่อวันก็จะกำไรแสนนึงชิวๆเลย แต่ความเป็นจริงก็คือ 3 ช.ม. มี 180 นาที ถ้าจะขายให้ได้ 200 จาน ก็คือ เราต้องขายมากกว่านาทีละ 1 จานอีก ต้องบอกเลยว่ามันเป็นไปไมได้ เพราะกระบวนการทำ 1 จานก็ใช้เวลามากกว่า 1 นาทีแล้ว ยังไม่นับจดออเดอร์เก็บเงินลูกค้าอีก บอกได้เลยว่าพังงงง ! (ฮ่า)

พอเรารู้แบบนี้พี่ทุยว่าเราต้องพัฒนาต่อว่าถ้าจะขาย 200 จานจริงๆ รู้ว่าหน้าร้านอย่างเดียวช่วง 3 ชั่วโมงนั้นเป็นไปไม่ได้แน่ๆ แล้วเราจะเพิ่มยอดขายยังไงดี ? อาจจะลองหาโปรโมชั่นช่วงกลางวันใส่เข้าไปดีมั้ย ? เพื่อให้คนมากินช่วงกลางวันสัก 40-50 จาน จะได้ลดภาระช่วงเย็นลง ทำการตลาดออนไลน์หรือพวก Delivery ละแวกนั้นก็น่าสนใจไม่น้อย คิดว่าถ้ามีคนสั่ง Delivery วันละ 20 กล่องก็ช่วยยอดขายเราได้เหมือนกัน การวางแผนจะช่วยทำให้เราแบ่งงานออกเป็นหน่วยเล็กๆแล้วปฏิบัติตามแผนได้มากขึ้น

ส่วนเรื่องอื่น เช่น การตกแต่ง เมนูอาหารต่างๆ อันนี้น่าจะแล้วแต่ความชอบความถนัด แต่การเปิดร้านอาหารพี่ทุยว่า 3 เรื่องด้านบนน่าจะทำให้เราแตกต่างกับธุรกิจอื่นพอสมควร สิ่งที่พี่ทุยเล่ามาเป็นเพียงมุมมองส่วนตัวกับประสบการณ์ในอดีตเท่านั้นเอง ลองเอาไปปรับใช้กันดูน้า จริงๆพี่ทุยก็ยังคิดเลยว่าจะกลับไปเปิดร้านอาหารอีกสักครั้ง ก็พี่ทุยชอบกินนี่หน่า ฮรี่ฮรี่ อยู่กับอาหารแล้วมีความสุข มออออว์


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
error: