ออม "เงินให้พ่อแม่" เท่าไร จึงจะเหมาะสม ?

ออม “เงินให้พ่อแม่” เท่าไร จึงจะเหมาะสม ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • การนำ “เงินให้พ่อแม่” เป็นการแสดงว่าลูกคนนี้หาเลี้ยงตัวเองไหวแล้วไม่ต้องเป็นห่วง จะให้พ่อแม่มากหรือน้อยพี่ทุยว่ายังไงท่านก็ดีใจอยู่แล้ว
  • เราควรออม “เงินให้พ่อแม่” แบบให้เท่าที่เราไม่เป็นภาระกับตัวเอง หลังจากที่เราดูแลตัวเองได้เรียบร้อยไม่เป็นภาระกับการให้พ่อแม่

เราควรนำ “เงินให้พ่อแม่” สักเดือนละเท่าไหร่กันดี ? นี่ก็เป็นคำถามหรือข้อสงสัยนึงที่เวลาพี่ทุยไปกินข้าวกันน้องๆที่เพิ่งเรียบจบ เพิ่งมีงานทำมีรายได้เป็นของตัวเอง คำถามนี้พี่ทุยบอกได้เลยว่าตอบได้ยากมากๆ เพราะคำว่าเหมาะสมของแต่ละคนไม่เหมือนกันจริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องนึงที่ไม่มีคำไหนอธิบายได้ดีกว่าคำว่า “นานาจิตตัง”

เพราะบางครอบครัวหาได้เท่าไหร่ก็ต้องให้พ่อแม่หมด แล้วเดี๋ยวพ่อแม่โอนให้ใช้ทุกเดือนเหมือนเดิมก็มี หรือบางครอบครัวอาจจะไม่ต้องให้พ่อแม่เลยก็มีเช่นกัน เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่ยังทำงานอยู่ ยังมีรายได้ บางครอบครัวก็บอกลูกว่าไม่ต้องให้ เก็บออมไว้ใช้ในอนาคตดีกว่า พี่ทุยเลยบอกว่ามันไม่มีคำตอบที่ถูกที่สุดหรือเหมาะสมที่สุดสำหรับทุกคน

แต่สำหรับพี่ทุยคิดว่าเราควรให้เท่าที่เราไม่เป็นภาระกับตัวเอง นั่นหมายความว่าเราควรให้ส่วนที่เหลือหลังจากที่เราดูแลตัวเองได้เรียบร้อยไม่เป็นภาระกับการให้พ่อแม่ คำว่าดูแลตัวเองได้ก็คือ เราสามารถบริหารจัดการเงินเพื่อเป้าหมายการเงินที่จำเป็นทั้งหมดของเราได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น แผนเกษียณของเราเอง แผนการบริหารความเสี่ยงเวลาที่เจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุไม่ต้องไปรบกวนท่าน พี่ทุยว่า 2 เป้าหมายการเงินนี้เป็นเรื่องที่เราควรรับผิดชอบตัวเองได้ก่อนเป็นอย่างน้อย แล้วจากนั้นเราก็ค่อยมาบริหารเงินออมส่วนที่เหลือเพื่อแบ่งให้พ่อแม่พี่ทุยว่าก็ไม่เลวนะ แล้วการให้พ่อแม่สำหรับพี่ทุยก็ไม่มีคำว่าเยอะไปหรือน้อยไปด้วย

ลองคิดดูว่ามีคนนึงให้พ่อแม่เดือนละ 50,000 บาท เราก็อาจจะคิดว่าให้เยอะจังเลย แต่ถ้าคนนั้นรายได้เดือนละ 1,000,000 บาทล่ะ ? ก็ดูไม่ได้เยอะสักเท่าไหร่ แต่พอไปเทียบกับอีกคนที่ให้พ่อแม่แค่ 3,000 บาทเหมือนจะน้อย แต่ถ้ามีรายได้แค่ 10,000 บาทต่อเดือน พี่ทุยว่ามันก็เยอะสำหรับตัวเค้าแล้วล่ะ ดังนั้นพี่ทุยว่าบอกเสมอว่ากับคำว่าเหมาะสมของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน

แล้วเหตุที่พี่ทุยแนะนำให้ว่าเราดูแลตัวเองให้ได้ก่อน เพราะถ้าเรายังดูแลตัวเองไม่ได้ พี่ทุยเชื่อว่าท่านก็คงไม่สบายใจที่จะรับเงินลูกของตัวเองเหมือนกัน เรียกง่ายๆว่ายังไม่หมดห่วงกับลูกตัวเอง แล้วพี่ทุยก็เชื่อว่าถึงเราจะให้ไป บางทีพ่อแม่ก็อาจจะเก็บเอาไว้ให้เราเองในวันที่เราเกิดพลาดพลั้งหรือมีเรื่องด่วนต้องใช้เงินเหมือนกัน พี่ทุยเลยมองว่าการให้เงินพ่อแม่ก็เป็นเหมือนการออมเงินเพิ่มเติมมากกว่า

แต่ถ้าใครคิดไม่ออกจริงๆว่าเท่าไหร่ถึงเรียกว่าเหมาะสม พี่ทุยแนะนำว่าทางที่ดีที่สุด คือ ลองคุยกับท่านดูออกแนวปรึกษาว่าเรื่องนี้เอายังไงดี พี่ทุยว่าโลกนี้ไม่มีเรื่องไหนที่เราคุยกับคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ ปรึกษากันได้ทุกเรื่องนั่นแหละ แล้วพี่ทุยเชื่อว่าเราจะได้คำตอบที่ดีกลับออกมาจากการคุยแน่นอน

ปล. อันนี้มาจากมุมมองส่วนตัวพี่ทุยเท่านั้นนะ จริงๆพี่ทุยก็เข้าใจว่าโลกเราแต่ละคนก็มีครอบครัวที่ไม่เหมือนกัน อันนี้เป็นเพียงคำแนะนำเท่านั้น ลองเอาไปปรับใช้กันดูตามความเหมาะสมนะ 


error: