ออมเงินเดือนละ 10% ทำไมไม่พอ ?

 

หลังจากที่ทุกๆคนศึกษาเรื่องลงทุนหรือเรื่องการออมเงินมาสักพัก พี่ทุยว่าต้องเคยได้ยินคำว่า ควร “ออมเงิน 10%” ของรายได้กันบ้างล่ะเน้าะ แต่พี่ทุยอยากจิบอกว่าเอาเข้าจริงๆแล้ว 10% มันไม่พอจริงๆหรอกนะ พี่ทุยเคยบอกเสมอว่าคนที่สุขภาพการเงินดีจริงๆ เค้าออมเงินกันที่ 50% หรือมากกว่านั้น

บางคนก็อาจจะไม่เห็นด้วย พี่ทุยอย่ามาเว่อร์ !! เค้าทำกันทั้งประเทศ พี่ทุยอย่ามามองโลกแง่ร้าย พี่ทุยให้เหตุผลประกอบแบบนี้ก่อนละกันว่า “แนวคิดการเงิน” ของประเทศไทยนั้น แทบจะเลียนแบบมาจากประเทศ “สิงคโปร์” เรียกว่ายกมาทั้งดุ้นเลยก็ไม่ผิดละนะ

แต่รู้หรือไม่ว่า สำหรับคนสิงคโปร์ออมเงินแค่ เดือนละ 10% ของรายได้มันเพียงพอ เพราะเรื่อง “สวัสดิการรัฐ” ของเค้าดีมาก ที่ประเทศสิงค์โปร์ เค้าจะมี Central Provident Fund (CPF) ซึ่งเจ๋งกว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ในบ้านเราเป็นคนละเรื่อง เราลองมาดูกันว่า  CPF เค้าจะดูแลเรื่องอะไรบ้าง ?

CPF ก็เหมือน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) บ้านเราเนี้ยแหละ แต่เงินที่ถูกหักเข้า CPF จะเยอะกว่า เพราะเงินที่ถูกหักในแต่ละเดือนจะไปดูแล 3 เรื่อง คือ

1. เงินออมสำหรับการซื้อที่อยู่อาศัย เพื่อการลงทุน และเพื่อการศึกษา
2. เงินออมการเลี้ยงชีพ รวมถึงการลงทุนเพื่อการเกษียณด้วย
3. เงินออมสำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของตนเองและบุตร

นั่นหมายความว่า CPF ของประเทศสิงค์โปร์จะมีการดูแลประชาชนได้ดีกว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพบ้านเรามากๆ แล้วปัญหาก็เลยอยู่ที่ประเทศเราว่า ดันไปลอกมาแต่ไม่รู้ที่มาสักเท่าไหร่ สำหรับคนที่ไม่เคยออมเงินกันเลย แล้วเพิ่งเริ่มหัดออมเงิน 10% ก็ไม่แย่ซะทีเดียว พอเราเริ่มชินก็อย่าลืมค่อยๆ ขยับเพิ่มสัดส่วนมาก็ยังได้นะ ไม่มีผิดเลยฮ้าาบบบบบบบ

ปล. CPF ไม่ใช่หุ้นเครือ CP แต่อย่างใดนะจ๊ะ !!


error: