3 เทคนิคประหยัดค่าใช้จ่ายในสไตล์สาวๆ

3 เทคนิคประหยัดค่าใช้จ่ายในสไตล์สาวๆ

4 min read  

ฉบับย่อ

  • พฤติกรรมการใช้เงินสาวๆ โดยเฉพาะ “การช้อปปิ้ง” ที่ใช้เงินเกินตัวและเกินความจำเป็น เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาทางการเงินต่างๆตามมา ไม่ว่าจะเป็นเงินไม่พอใช้บ้างหรือการไม่มีเงินออมบ้างก็มี
  • ป้าย Sale และโปรโมชั่นลดราคา เป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดเงินออกไปจากกระเป๋า โดยเฉพาะสาวๆได้เป็นอย่างดี แม้ว่าของชิ้นนั้นจะไม่ได้จำเป็นต้องใช้เลยก็ตาม
  • การไปช้อปปิ้งหรือซื้อของ สาวๆหลายคนใช้เงินมากกว่าปกติ เพราะมักจะสนุกกับการใช้เงิน ชวนกันซื้อและสนับสนุนการใช้เงินกันมากกว่าการหาเงิน
  • การใช้เงินเพื่อชดเชยกับความรู้สึกไม่ดีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความเครียดหรือผิดหวัง เป็นอีกทางออกหนึ่งของสาวๆที่ทำให้ผิดจากแผนการใช้เงินที่วางไว้ได้

วิธีการหนึ่งในการบริหารจัดการทางการเงิน คือ การบริหารค่าใช้จ่าย และการลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นก็จะทำให้เรานั้นมีเงินเหลือมากขึ้น แต่คนเรานั้นมักจะมีพฤติกรรมการใช้เงินที่ต่างกันออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงหรือสาวๆที่มักจะหมดเงินไปกับการใช้จ่ายสิ่งเล็กๆน้อยๆ และสาวๆหลายคนมักเสียเงินไปกับเรื่องจุกจิกไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับต่างๆ รวมทั้งเครื่องสำอาง

สาวๆรู้ตัวกันมั้ยว่า การใช้เงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น รวมถึงพฤติกรรมการใช้เงินของผู้หญิงบางคนทำให้เป้าหมายทางเงินและแผนการออมเงินที่วางไว้พังลงไปได้เลยนะ แต่ใช่ว่าพฤติกรรมการใช้เงินแบบผู้หญิงไม่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อช่วยให้การประหยัดเงินในกระเป๋า รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่าย และสามารถปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ เชื่อพี่ทุยเถอะนะว่าการลดค่าใช้จ่ายที่เกินตัวลงไปได้ เป็นวิธีที่ช่วยให้มีเงินออมมากขึ้นด้วยนะ

1. อย่าเห็นแก่ของลดราคา

พี่ทุยรู้นะ เวลาสาวๆหลายคนเห็นป้าย Sale ป้ายลดราคาและโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมต่างๆก็พากันตาลุกวาว แทบวิ่งเข้าไปทันทีกันเลยใช่มั้ย (ฮ่า) ไม่ว่าจะลดน้อยลดมากก็ชอบก็ถูกใจไปซะหมด พี่ทุยเข้าใจดีว่าการยับยั้งชั่งใจของผู้หญิงต่อของลดราคาน่ะมันยาก และทำให้เราใช้จ่ายไปง่ายมาก บางคนก็มักอ้างว่าใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ (หราาา) ถึงแม้ว่าของที่ลดราคาจะมีประโยชน์ในเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายลงไปบ้างกว่าการซื้อเต็มราคา

แต่แม้ว่าจะเป็นของลดราคาแต่ก็ไม่ใช่ของที่ราคาถูกและอาจจะไม่ใช่ของที่จำเป็นต้องใช้เลย บางคนซื้อของมาตุนเอาไว้และก็กองอยู่ในตู้ไม่ได้ถูกหยิบจับมาใช้ซะงั้น เสื้อผ้าบางตัวหรือรองเท้าบางคู่ยังไม่เคยได้หยิบมาใส่เลยด้วยซ้ำ และบางทีกว่าจะได้ใช้จริงๆของก็หมดสภาพการใช้งานไปแล้วก็มี อย่างนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเสียเงินฟรีๆเลยถูกมั้ย

ทางที่ดีพี่ทุยว่าถ้าเราไม่อยากตกเป็นทาสการตลาด หน้ามืดตาลายหมดเงินไปกับของลดราคาและโปรโมชั่นต่างๆ อย่าสนใจเฉพาะราคาที่ลดไปหรือของแถมที่ได้มา แต่ควรใส่ใจไปที่คุณภาพและการใช้งานจริงจากของชิ้นนั้นๆจะดีกว่านะว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไปหรือเปล่ามากกว่า

2. อย่าช้อปปิ้งกับเพื่อน

อันนี้พี่ทุยเห็นเวลาไปจับจ่ายซื้อของสาวๆ มักจะไปกับกลุ่มเพื่อนเป็นเรื่องปกติ แต่รู้กันหรือเปล่าว่าการไปช้อปกับเพื่อนๆเนี่ย ดูเหมือนจะมีโอกาสใช้เงินมากกว่าการไปซื้อคนเดียวอยู่นะ อันนี้พี่ทุยไม่ได้หมายถึงให้เลิกคบเพื่อนไปนะ เท่าที่พี่ทุยรู้จักสาวๆหลายคน (ไม่ได้เจ้าชู้น้า ฮ่า) เวลาไปซื้อของด้วยกันเนี่ยมันสนุกกว่าและก็ใช้เงินสนุกด้วยเช่นกัน

เพราะมักจะคอยสนับสนุนกันใช้จ่ายซะมากกว่า “อันนั้นก็สวย ซื้อเลยๆ” “อันนี้ก็ใส่แล้วดูดี ต้องจัด” หรือไม่ก็ “ของมันต้องมีว่ะแกรร๊” เอ้าจ่ายกันไปสิ

ซึ่งพี่ทุยว่ามีโอกาสใช้เงินมากกว่าเวลาไปคนเดียวที่มักจะคิดและใช้เวลาพิจารณามากกว่า กำหนดลิมิตการใช้เงินสำหรับการใช้จ่ายได้ นอกจากนั้นแล้วเนี่ยไปกับเพื่อนนั้นยังสามารถยืมเงินเพื่อนเพื่อซื้อของได้อีก นอกจากจะใช้เงินเกินลิมิตตัวเองแล้วยังเป็นหนี้เพิ่มได้อี๊กกก พี่ทุยจะเป็นลม

และหลายคนเมื่อรู้สึกตัวก็อาจจะมีโมโหตัวเองบ้างว่าซื้อชิ้นนี้มาทำไมนะ วิธีการแก้ไขเรื่องนี้พี่ทุยว่าต้องสติเท่านั้นสำคัญเลย ใช้เงินอย่างมีสติ ก่อนที่จะซื้อหรือใช้จ่ายอะไรควรคิดให้ดีก่อนว่าของสิ่งนั้น “จำเป็น” ต้องใช้เพื่ออะไร ที่ไหน หรือแค่เพราะ “อยากได้” มาครอบครองก็สุขใจแล้วแค่นั้นเอง

พี่ทุยอยากให้เดินไปที่อื่นก่อนหรือทำอย่างอื่นก่อน เช่น กินข้าว หรือแม้แต่กลับบ้านไปนอนคิดก่อนแทนที่จะหยิบเงินซื้อในทันที เพื่อทบทวนว่าเราจำเป็นต้องมีจริงๆไหม แล้วค่อยกลับมาซื้อได้นะ เพราะบางทีวันต่อมาเราอาจจะไม่อยากได้แล้วก็ได้

3. อย่าใช้การช้อปปิ้งบำบัด

การช้อปปิ้งบำบัด หรือที่หลายคนเรียกว่า Shopping Therapy คือ ทางออกหนึ่งของสาวๆ ผู้หญิงหลายคนใช้จ่ายเงินซื้อสิ่งของที่เราอยากได้เพื่อที่จะมาทดแทนความรู้สึกเครียด หงุดหงิด ผิดหวังหรือเศร้าเสียใจจากการทำงาน หรือจากคนรอบข้างแล้วหาทางออกไม่ได้ ก็คิดว่าเสียเงินแล้วตัวเองสบายใจมากขึ้น มีความสุขมากขึ้นเพราะการใช้เงินคือทางออก สาวๆรู้มั้ยว่าการใช้จ่ายตามอารมณ์เกินไปแบบเนี้ยมักควบคุมตัวเองได้ยาก พอมารู้ตัวอีกทีเงินก็ปลิวออกจากกระเป๋าสตางค์ไปไม่รู้เท่าไหร่ โดยเฉพาะช้อปปิ้งออนไลน์ที่สะดวกสบายมากขึ้น แค่จิ้มๆที่หน้าจอไม่กี่นาทีก็ได้ของมาเพียบบบ และเงินหายแว๊บไปด้วยความเร็วแสง

พี่ทุยว่าลองใช้เทคนิคในการโอนเงินไปยังบัญชีเงินออม เงินฝากประจำของตัวเอง หรืออาจจะเตรียมเงินไว้ลงทุนแทนก็ทำให้เรารู้สึกเสียเงินออกไปและเงินจำนวนนึงหายไปจากกระเป๋าเราได้เหมือนกันนะ แล้วก็ไม่ทำให้เราเสียเงินไปกับของที่ไม่เกิดประโยชน์แถมยังมีเงินเก็บ เงินออมมากขึ้นด้วยนะ เห็นมั้ยล่ะ วิธีนี้มีแต่ได้กับด้ายยยย อิอิ

การใช้จ่ายเกินตัว และใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาทางการเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินขาดสภาพคล่อง เงินไม่เพียงพอใช้จ่าย หรือการไม่มีเงินออม โดยเฉพาะสาวๆนักช้อปทั้งหลายลองเอาวิธีเหล่านี้ไปลองปรับใช้กันดูนะ ถ้าไม่อยากให้เงินในกระเป๋าเราปลิวไปเข้ากระเป๋าคนอื่น

พี่ทุยรับรองว่าช่วยลดปัญหาการใช้จ่ายได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว หรือถ้าอยากเสียเงินจริงๆ โอนมาให้พี่ทุยก็ได้นะ พี่ทุยโอเคคคค๊ (ฮ่า)


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: