เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

6 min read  

ฉบับย่อ

  • ปัจจุบันการส่งสินค้าถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของคนไทยเลยก็ว่าได้ ทั้งส่งเอกสาร พัสดุ ส่งของจากร้านค้าต่าง ๆ แต่ก็มีผู้ให้บริการขนส่งสินค้ามากมายจนเลือกไม่ถูก
  • พี่ทุยจะมาเปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ถึง 9 ผู้ให้บริการด้วยกัน ได้แก่ ไปรษณีย์ไทย, Kerry, Flash Express, DHL, SCG Express, J&T Express, Alpha Fast, Ninja van และ Bee Express
  • โดยจะเปรียบเทียบหลายด้านทั้ง ค่าบริการเริ่มต้น ระยะเวลาในการขนส่ง ครอบคลุมพื้นที่จัดส่งใดบ้าง มีประกันสินค้ามั้ย มีเก็บเงินปลายทางรึเปล่า และอื่น ๆ อีกมาก ไปอ่านกันในบทความนี้เลย

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ปัจจุบันการส่งสินค้าถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของคนไทยเลยก็ว่าได้ ทั้งส่งเอกสาร พัสดุ ส่งของจากร้านค้าต่าง ๆ แต่ก็มีผู้ให้บริการขนส่งสินค้ามากมายจนเลือกไม่ถูก เพราะฉะนั้นวันนี้พี่ทุยจะมาเปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” 9 ผู้ให้บริการด้วยกัน ได้แก่ ไปรษณีย์ไทย, Kerry, Flash Express, DHL, SCG Express, J&T Express, Alpha Fast, Ninja van และ Bee Express โดยจะเปรียบเทียบหลายด้านมาก ๆ ทั้ง ค่าบริการเริ่มต้น ระยะเวลาในการขนส่ง ครอบคลุมพื้นที่จัดส่งใดบ้าง มีประกันสินค้ามั้ย มีเก็บเงินปลายทางรึเปล่า และอื่น ๆ อีก ไปอ่านกันในบทความนี้เลย

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

พี่ทุยเปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ถึง 9 ผู้ให้บริการด้วยกัน ได้แก่ ไปรษณีย์ไทย, Kerry, Flash Express, DHL, SCG Express, J&T Express, Alpha Fast, Ninja van และ Bee Express โดยจะเปรียบเทียบหลายด้านทั้ง ค่าบริการเริ่มต้น ระยะเวลาในการขนส่ง ครอบคลุมพื้นที่จัดส่งใดบ้าง ขนาดและน้ำหนักของสินค้าต้องไม่เกินเท่าไหร่ ซึ่งจากที่พี่ทุยดู เกือบทุกบริการจะจัดส่งทั่วประเทศเกือบทั้งหมด มีแค่ Bee Express , Alpha Fast ที่ให้บริการเพียงแค่ 4 จังหวัดก็คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ในเรื่องของค่าบริการและการจัดส่งเริ่มต้นของ ไปรษณีย์ไทย จะถูกที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วค่าบริการจัดส่งของทุกที่จะขึ้นอยู่ตามน้ำหนักของสิ่งของที่เราจะจัดส่งด้วย ยิ่งของมีน้ำหนักมาก ราคาจัดส่งก็จะแพงขึ้นไปนั่นเอง

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

ทุกบริการขนส่งสินค้าจะสามารถเก็บเงินที่ปลายทางและเช็คสถานะพัสดุได้ว่า ตอนนี้พัสดุเราถึงไหนแล้ว ถึงมือผู้รับแล้วหรือยัง ส่วนมากทุกบริการขนส่งจะเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้น Alpha Fast, Ninja van, Bee Express ที่จะมีวันหยุดทำการ  แล้วพี่ทุยก็แนบเบอร์โทรมาให้ด้วยนะ เผื่อใครมีปัญหาในการใช้บริการ ก็สามารถโทรไปสอบถามได้เลย

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

1. ไปรษณีย์ไทย

เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุรายใหญ่ที่อยู่คู่คนไทยมานาน ครอบคลุมไปทั่วประเทศไทย สะดวกกับชาวไทยทุกจังหวัด มีบริการหลากหลายมาก ทั้งส่งพัสดุ แบบลงทะเบียน แบบ EMS

ในเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทยเค้ามีฟังก์ชัน สำหรับการคำนวณอัตราค่าบริการ แล้วก็ค้นหาที่ทำการไปรษณีย์ว่าอยู่ตรงไหนบ้างด้วยนะ อีกทั้งยังรับประกันสินและมีการชดเชยค่าเสียหายให้ผู้ใช้บริการ

สามารถติดตามการจัดส่งพัสดุได้ ทั้งแบบลงทะเบียนและ EMS

ส่วนในเรื่องของระยะเวลาที่สินค้าจะส่งถึง ถ้าเป็นรูปแบบของการจัดส่ง EMS คือภายใน 1-2 วันทำการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 2-3 วันทำการในต่างจังหวัด ถ้านอกจากนั้นก็อาจจะช้าหน่อยประมาณ 2-4 วันทำการในต่างจังหวัด

มีค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 บาท ด้วยความที่มีสาขาครอบคลุมทุกพื้นที่ จึงทำให้ไปรษณีย์ไทยเป็นหนึ่งในขนส่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อถือ และทำให้ครองตำแหน่งขนส่งยอดนิยมของผู้บริโภค

สามารถเช็คสถานะติดตามพัสดุได้ที่นี่ คลิก

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

2. Kerry Express

บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ปัจจุบันมีจุดให้บริการกว่า 5,500 แห่งทั่วประเทศไทย โดยมีบริการจัดส่งพัสดุด่วนอย่างการจัดส่งภายในวันถัดไป ซึ่งครอบคลุมกว่า 99.9% ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ

มีการจัดส่งพัสดุไปยังสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงาน คลังสินค้า ร้านค้ารายย่อย และครัวเรือน เป็นจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,100,000 ชิ้นต่อวัน

รวมถึงลูกค้ารายสำคัญอย่างบริษัทการค้าระหว่างประเทศ เป็นบริษัทที่ขายสินค้าผ่านสื่อโทรทัศน์ หน่วยงานด้านเทคโนโลยี บริษัทโทรคมนาคม สถาบันการเงิน โรงเรียน เรื่อยไปจนถึงร้านค้าปลีกต่าง ๆ

มีให้บริการเรียกเก็บเงินปลายทาง (COD) ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยไม่เพียงเป็นที่รู้จักภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาค ทั้งในฮ่องกง ไต้หวัน เวียดนามและมาเลเซียอีกด้วย

สามารถเช็คสถานะติดตามพัสดุได้ที่นี่ คลิก

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

3. Flash Express

เป็นบริษัทบริการด้านโลจิสติกส์จัดส่งพัสดุชั้นนำของไทย แบบครบวงจร ภายใต้คอนเซปต์ “คิดถึง ส่งถึง In mind In delivery”

เรียกได้ว่าเป็นน้องใหม่ในวงการขนส่งเพิ่งเปิดเพียงแค่ 2 ปี มีแนวคิดที่จะจัดส่งในราคาถูกและส่งไว

พร้อมบริการที่ครอบคลุมครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ และมีจุดรับส่งพัสดุมากกว่า 2,500 แห่ง

เป็นผู้ให้บริการเจ้าแรกที่มีนโยบายเข้ารับพัสดุฟรีถึงที่ตั้งแต่ชิ้นแรก พร้อมเปิดให้บริการ 365 วัน ไม่มีวันหยุด

มีแอปพลิเคชัน Flash Express ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะพัสดุ อีกทั้งตรวจสอบความคืบหน้าในการจัดส่งพัสดุ ตรวจสอบบัญชีและจัดการที่อยู่ปลายทางได้อีกด้วย

ค่าบริการเริ่มต้นที่ 25 บาท ให้บริการพื้นที่ภายในประเทศ ระยะเวลาในการจัดส่งกรุงเทพฯ และปริมณฑล 1-2 วันทำการ ต่างจังหวัด 2-3 วันทำการ

สามารถเช็คสถานะติดตามพัสดุได้ที่นี่ คลิก

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

4. DHL

เป็นบริษัทเยอรมันให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยมีการขนส่งหลายอย่างตั้งแต่การขนส่งเอกสาร จดหมาย รวมไปถึงตู้คอนเทนเนอร์

DHL ประกอบด้วยสามหน่วยงานหลักได้แก่ ได้แก่ ดีเอชแอลเอกซ์เพรส ดีเอชแอลดานซาสแอร์แอนด์โอเชียน และดีเอชแอลโซลูชันส์

มีบริการจัดส่งพัสดุต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและระหว่างประเทศ และบริการจัดส่งข้ามเขตแดนครอบคลุมมากกว่า 220 ประเทศ

สำหรับลูกค้าธุรกิจ โดยมีการจัดส่ง 1 วันเท่านั้น แต่สำหรับพื้นที่ห่างไกล จะประมาณ 2–3 วันทำการ

มีรูปแบบให้บริการชำระเงินปลายทางที่น่าเชื่อถือและการคืนเงินค่าสินค้าที่รวดเร็ว

ค่าจัดส่งในปริมณฑลเริ่มต้นที่ 45 บาท ส่วนต่างจังหวัดจะเริ่มต้นที่ 50 บาท

สามารถเช็คสถานะติดตามพัสดุได้ที่นี่ คลิก

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

5. SCG Express

เป็นการร่วมมือกันระหว่างเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG Cement-Building Materials) และ Yamato Asia Pte. Ltd. ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทอันดับหนึ่ง ในการให้บริการจัดส่งสินค้าถึงบ้าน ในประเทศญี่ปุ่น โดยเปิดให้บริการในประเทศไทยแล้ว

เป็นบริการขนส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วน ซึ่งมีการจัดส่งพัสดุที่ค่อนข้างตรงเวลา พัสดุไม่มีความเสียหายระหว่างการขนส่งอย่างแน่นอน

ให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

การจัดส่งของในจังหวัดภาคเดียวกัน จะได้รับของในวันถัดไป แต่ในกรณีข้ามจังหวัดจะได้รับพัสดุประมาณ  2–3 วันทำการ

ค่าจัดส่งในปริมณฑลเริ่มต้นที่ 40 บาท ส่วนต่างจังหวัดจะเริ่มต้นที่ 50 บาท

สามารถเช็คสถานะติดตามพัสดุได้ที่นี่ คลิก

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

6. J&T Express

เป็นผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนที่เน้นให้บริการ E-Commerce โดยมีศูนย์กลางอยู่กรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย และเปิดให้บริการขนส่งครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทยแล้ว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด

โดยมุ่งเน้นการจัดส่งพัสดุอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ตรงเวลา และยึดถือความพึงพอใจในการรับบริการเป็นสำคัญ ภายใต้สโลแกน “Express Your Online Business”

เป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ จัดส่งตลอด 365 วัน แบบไม่มีวันหยุดเลยทีเดียว

สามารถตรวจสอบการติดตามพัสดุที่ง่ายและสะดวก มีระบบติดตามพัสดุจนถึงมือผู้รับ ถ้าหากระหว่างทางการจัดส่งเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้น ทางบริษัทจะดำเนินการแจ้งและชดเชยค่าเสียหายให้ลูกค้าโดยเร็วที่สุด

ระยะเวลาการจัดส่งทั้งปริมณฑลและต่างจังหวัด จะถึงมือผู้รับ 1–3 วัน

ถ้าเป็นแถบปริมณฑลมีราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท ส่วนในต่างจังหวัดจะเริ่มต้นที่ 45 บาท

สามารถเช็คสถานะติดตามพัสดุได้ที่นี่ คลิก

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

7. Alpha Fast

เป็นผู้ให้บริการระบบขนสินค้า แบบรับจากมือผู้ส่ง และส่งถึงมือผู้รับ (Door to Door)

ให้บริการเฉพาะในเขต กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการเท่านั้น

ให้บริการแบบด่วนส่งถึงมือลูกค้าในวันทำการถัดไป แถมยังเข้ารับสินค้าจากผู้ส่งได้ถึง 21.00 น. เลยทีเดียว (ส่งภายใน 21.00 น.  ก็ถึงมือลูกค้าในวันถัดไปแน่นอน)

ถ้าการจัดส่งไม่สำเร็จทาง Alpha Fast จะไม่คิดเงิน สามารถติดตามสถานะผ่านทางออนไลน์ได้ และส่งแบบเก็บเงินปลายทางได้อีกด้วย

ค่าบริการในการจัดส่งทั้งแถบปริมณฑลและในต่างจังหวัดจะเริ่มต้นที่ 35 บาทเท่ากัน

สามารถเช็คสถานะติดตามพัสดุได้ที่นี่ คลิก

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

8. ninja van

เป็นผู้ให้บริการส่งพัสดุเอกชนจากประเทศสิงคโปร์ที่เข้ามาตีตลาดประเทศไทย โดยมีเทคโนโลยีที่แตกต่างจากเจ้าอื่น พร้อมช่วยให้การบริการสะดวก ง่าย เร็ว สามารถติดตามได้แบบ Real-Time แถมยังราคาไม่แพงอีกด้วย

จัดส่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทยพร้อมอีก 7 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกำหนดจุดรับ-ส่งได้ตามต้องการหรือเลือกที่จะส่งพัสดุด้วยตัวเองที่หน้าร้านก็ได้

ตอบโจทย์ทุกงบประมาณการขนส่ง เลือกประเภทการส่งได้ทั้ง ส่งถึงวันถัดไป ส่งด่วนและแบบปกติ เก็บเงินปลายทางได้ทุกที่ โดยให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

สามารถเช็คสถานะติดตามพัสดุได้ที่นี่ คลิก

เปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ใช้เจ้าไหนคุ้มที่สุด ?

9. Bee Express

เป็นบริษัทจัดส่งที่ให้บริการภายในประเทศ ให้บริการทางด้านโลจิสติกส์และการจัดจำหน่ายที่ครบวงจร สำหรับผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป มีธุรกิจหลักคือ การจัดส่งพัสดุด่วน ขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ คลังสินค้า

ช่วยประหยัดเวลา เก็บรักษาข้อมูลของลูกค้า กำหนดเวลาจัดส่งได้ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการในการจัดส่งให้ลูกค้าได้ โดยรับข้อมูลการติดต่อจัดส่งล่วงหน้าจากพนักงานขนส่ง

ที่สำคัญนัดหมายรับสินค้าหรือเลื่อนวันเวลาได้อย่างง่ายดาย การจัดส่ง 1 วัน แต่กรณีข้ามจังหวัด 1–3 วันทำการเท่านั้น

มีค่าบริการเริ่มต้นที่ 40 บาท

สามารถเช็คสถานะติดตามพัสดุได้ที่นี่ คลิก

พี่ทุยก็ได้แจกแจงเปรียบเทียบ “บริการขนส่งสินค้า” ทั้งหมด 9 บริการด้วยกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้บริการเองแล้วว่าชอบบริการแบบไหน แล้วของที่เราจะทำการจัดส่ง เหมาะสมกับบริการแบบไหน พี่ทุยยกตัวอย่างนะ สมมุติว่าจัดส่งขนมที่ต้องถึงมือผู้บริโภคเร็วที่สุด เราก็เลือกใช้บริการที่ส่งของเพียง 1 วันถึง อย่าง Kerry Express, Flash Express หรือว่า Bee Express ก็ได้ หรือว่าเราต้องการส่งของที่มีน้ำหนักเยอะ เราก็เลือกใช้บริการที่สามารถส่งของได้น้ำหนักหลายกิโลกรัมอย่าง Flash Express นั่นเอง


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: