สรรพากรเปิดเฮียริ่ง "ภาษีค้าออนไลน์ 15%"

สรรพากรเตรียมเก็บ “ภาษีค้าออนไลน์” 15% !

 

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

คืองี้…พี่ทุยว่าเราคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีค้าขายออนไลน์กันมายาวนานพอสมควรแล้วล่ะ หลังจากกรมสรรพากรแก้ไขร่างกฎหมายอยู่หลายรอบ ล่าสุดตอนนี้สรรพากรกำลังเปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น (เฮียริ่ง) ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากรเองต่อร่างกฎหมายการจัดเก็บภาษี e-Business เพื่อนำไปปรับปรุงก่อนเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาในเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งเราๆก็สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ภายในวันที่ 11 ก.ค. 2560 นี้นะจ๊ะ

โดยร่างกฎหมายนี้ ได้ระบุว่าผู้ประกอบการที่มีธุรกรรมการซื้อขายสินค้าหรือบริการและการโอนเงินเกิดขึ้นในไทย ไม่ว่าจะมีสถานประกอบการในไทยหรือต่างประเทศเนี่ย จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% และต้องจดทะเบียนชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ถ้ามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี พร้อมกับยกเลิกข้อยกเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มการนำเข้าสินค้าทางไปรษณีย์ที่มีราคาไม่เกิน 1,500 บาท คือต่อไปนี้สินค้านำเข้าทางไปรษณีย์จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่บาทแรกแล้วนะ

ในร่างกฎหมายนี้บอกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการชำระค่าสินค้าหรือบริการบนโลกออนไลน์ผ่านสถาบันการเงิน สถาบันการเงินนั้นมีหน้าที่หัก ภาษี ณ ที่จ่าย แล้วต้องนำส่งรายงานต่อสรรพากรด้วย โดยสรรพากรจะมีแบบฟอร์มให้กับธนาคาร เพื่อให้ลูกค้ามากรอกและแจ้งว่าการทำธุรกรรมนี้เป็นการโอนเงินแบบปกติหรือว่าโอนในเชิงธุรกิจ แล้วให้ธนาคารส่งแบบฟอร์มนี้กลับมาให้สรรพากรตรวจสอบอีกที

สรรพากรเค้าให้เหตุผลในการร่างกฎหมายนี้ว่า เดี๋ยวนี้คนหันมาขายของออนไลน์กันมากขึ้น มูลค่าซื้อขายของบนออนไลน์สูงเป็นล้านล้านบาท แต่ว่าภาครัฐกลับจัดเก็บภาษีจากธุรกิจพวกนี้ได้แค่ส่วนที่อยู่ในระบบเท่านั้น เช่น การจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ หรือการชำระเงินของราชการและเอกชนต่างๆ แต่ส่วนที่อยู่นอกระบบก็มีอีกเยอะ เช่น การจ่ายฆ่าโฆษณาผ่านเฟสบุค กูเกิ้ล ไลน์ อูเบอร์ ซึ่งส่วนนี้รัฐจัดเก็บภาษีไม่ได้เลย สรรพากรเลยต้องการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่ต้องเสียภาษีในไทย ดังนั้น สรรพากรเลยต้องวางแผนทำให้ธุรกิจเหล่าทั้งในประเทศและต่างประเทศนี้ที่ไม่เสียภาษีเข้ามาอยู่ในระบบให้ถูกต้องซะ

ยกตัวอย่าง สมมติเราขึ้นอูเบอร์มีค่าบริการ 100 บาท  เงินนี้จะถูกโอนไปเนเธอร์แลนด์ก่อน แล้วค่อยโอนกลับมาให้คนขับแท็กซี่ 80 บาท ส่วน 20 บาทอูเบอร์ก็เก็บเป็นค่าบริหารจัดการ โดยที่เงินทั้ง 2 ก้อนไม่มีการเสียภาษีเลย ทั้งๆที่เงิน 20 บาทนี้ควรจะเสีย VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายปกติ และเงิน 80 บาท คนขับก็ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยเช่นกัน

อ้างอิง: คมชัดลึก


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
error: