แบงก์ชาติเตือนประชาชน ระวังตกงานในยุคดิจิตอล

แบงก์ชาติเตือนประชาชน ระวังตกงานในยุคดิจิตอล

 

แบงก์ชาติเตือนให้ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจปรับตัวเอง รับมือกับ “Digital Economy” ที่จะทำให้รูปแบบการทำธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและจะทำให้คนตกงาน พี่ทุยเลยพยายามพูดถึงเรื่องการใช้เทคโนโยลีเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจให้บ่อยขึ้น ทุกคนจะได้ชินกับเรื่องเทคโนโลยีมากขึ้น

“Digital Economy” ก็คือการเอาเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจต่างๆ อย่างในไทยเราที่เห็นได้ชัดก็คือ ธุรกิจออนไลน์พวก E-commerce ซึ่งในปี 2559 ตลาด E-commerce มีมูลค่ามากถึง 2.52 ล้านล้านบาท ขยายตัวมาเกือบ 50% นับตั้งแต่ปี 2556 จะเห็นได้ว่าคนไทยเริ่มเปลี่ยนมาซื้อของออนไลน์กันเยอะขึ้น ส่วนในด้านการเงิน เราจะเห็นธนาคารมีการใช้ Internet Banking ซึ่งก็ช่วยลดต้นทุนของธนาคารได้ ส่วนเรื่องความเสี่ยงที่อาจจะโดนขโมยข้อมูลทางการเงินต่างๆ ตอนนี้ก็เป็นเรื่องที่ธนาคารจะต้องระวังและให้ความสำคัญในการป้องกันระบบมากๆ

แล้วในหลายๆประเทศตอนนี้ก็เริ่มมีการยอมรับ Digital Currency ที่โด่งดังอย่าง Bitcoin กันมากขึ้น บางประเทศก็มีการรับซื้อขายสินค้าโดยใช้สกุลเงิน Bitcoin ได้เลย อย่างเช่นจีนตอนนี้ก็ต้องการสร้างสกุลเงินดิจิตอลขึ้นมาเองสำหรับไทยก็กำลังมีการศึกษาประโยชน์และความเสี่ยงของการใช้สกุลเงินดิจิตอลอยู่

แบงก์ชาติเองก็พยายามผลักดันธุรกิจ Fintech และคอยติดตามดูการส่งผลกระทบต่อคนและธุรกิจอยู่ ตอนนี้แบงก์ชาติก็กำลังดู Platform การปล่อยกู้แบบ P2P (peer to peer lending) คือ ให้กลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่มีเงินเอาเงินมาปล่อยกู้ให้กับกลุ่มคนที่ต้องการเงินผ่านตัวกลางหรือ Platform หนึ่ง ก็จะทำให้ผู้กู้กับผู้ให้กู้จับคู่กันได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างสถาบันการเงินอีกต่อไป

พี่ทุยบอกเสมอว่าเราอยู่ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คนที่จะอยู่รอดในระบบนี้ได้ ก็จะมีแค่คนที่สามารถปรับตัวได้เร็วได้เท่านั้น ซึ่งพี่ทุยว่าน่าเป็นห่วงมากเลยนะ การเปลี่ยนแปลงที่เร็วขนาดนี้ จากปกติช่องว่างคนรวยกับคนจนก็ห่างกันอยู่แล้ว ยิ่งมีการเปลี่ยนในลักษณะนี้เข้ามาพี่ทุยว่าการกินรวบยิ่งง่ายขึ้นไปอีกเช่นกัน

อ้างอิง: ฐานเศรษฐกิจ

error: