“ญี่ปุ่น” ยังคงครองแชมป์ลงทุนในไทยมากที่สุด

 

วันนี้พี่ทุยขอพูดถึงเรื่อง การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ” หรือ “FDI” ซึ่งมีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทยพอสมควร เพราะไทยเป็นประเทศขนาดเล็ก บางครั้งปริมาณเงินออมเงินลงทุนในประเทศไม่พอกับความต้องการของธุรกิจที่จะนำไปใช้ขยายกิจการ ก็ต้องพึ่งเงินลงทุนจากต่างชาติแทน นอกจากนี้แล้ว การเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศ ก็เป็นการนำเอาความรู้หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาถ่ายทอดในประเทศให้เราได้พัฒนาต่อยอดต่อไปอีกด้วย

จากผลสำรวจ ญี่ปุ่น” ยังคงเป็นประเทศที่มีการลงทุนในไทยเยอะที่สุด 3 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2557-2559 รวมถึง 6 เดือนแรกในปีนี้ด้วย

ในปี 2559 ญี่ปุ่นมีมูลค่า FDI มากที่สุด 7.9 หมื่นล้านบาท รองลงมาอันดับ 2 คือ จีน และอันดับ 3 สิงคโปร์ เมื่อเทียบการลงทุน FDI ของญี่ปุ่นในประเทศอาเซียนแล้ว พบว่าในอุสาหกรรมการผลิตญี่ปุ่นยังลงทุนในไทยมากเป็นอันดับ 1 อินโดนิเซีย เป็นอันดับ 2 และสิงคโปร์เป็นอันดับ 3 แต่การเข้ามาลงทุนในไทยของญี่ปุ่นมีแนวโน้มลงทุนในอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การผลิตมากกว่าอุตสาหกรรมการผลิต นอกจากนี้ ยังพบว่า SME จากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย

ปัจจัยหลักทำให้บริษัทจากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น มาจากนโยบายทางเศรษฐกิจของไทยที่มีความชัดเจนเรื่องการเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ แม้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาการเมืองไทยมีความวุ่นวายและการเปลี่ยนแปลงอยู่หลายครั้ง นโยบายก็ยังคงชัดเจนอยู่ ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นยังคงเชื่อมั่น นอกจากนี้ ญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานการผลิตมานานเกิน 10 ปี ทำให้มีเครือขายการผลิตในอุตสาหกรรมที่แข็งแรง การลงทุนใหม่เข้ามาต่อยอดได้ง่าย ไม่ต้องเริ่มต้นสร้างฐานการผลิตใหม่

ถึงตอนนี้ “ญี่ปุ่น” จะครองแชมป์พี่ทุยว่าในอนาคตอันใกล้นี้ประเทศที่น่าสนใจและกำลังเข้ามาบุกประเทศเราอย่างจริงจังก็คือ “จีน” ถ้าเรามองเม็ดเงินอย่างเดียวยังไงก็น่าจะเป็นญี่ปุ่น แต่ถ้าดูอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในแต่ละปีล่ะก็พี่จีนเราติดอันดับท็อปแน่นอน

เดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาเดี๋ยวนี้ก็จะเห็นคนจีนมากขึ้น เห็นป้ายต่างๆเป็นภาษีจีนเอาไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่เหมือนกัน แล้วถ้าเราไปดูเม็ดเงินที่ไหลเข้าประเทศเราจากจีนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน ซึ่งแน่นอนสไตล์การทำธุรกิจจองคนญี่ปุ่นกับคนจีนต่างกันโดยสิ้น แล้วในเชิงช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นว่าคนไทยไปทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นเยอะ แต่พี่ทุยเชื่อว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้าเราจะได้เห็นว่าลูกหลานเราหรือเพื่อนได้เข้าไปทำงานให้บริษัทจีนแน่ๆ พี่ทุยว่าเราต้องปรับตัวกันชุดใหญ่เลยล่ะ

อ้างอิง: ฐานเศรษฐกิจและกรุงเทพธุรกิจ


error: