"CPNREIT" กอง REIT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เตรียมลงทุนเพิ่มครั้งใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

“CPNREIT” กอง REIT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เตรียมลงทุนเพิ่มครั้งใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

4 min read  

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

"CPNREIT" กอง REIT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เตรียมลงทุนเพิ่มครั้งใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

“CPNREIT” หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท ที่แปลงสภาพจากกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPNRF เมื่อเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา CPNREIT เป็นกองทรัสต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนมาทุกไตรมาสอย่างต่อเนื่อง และมีอัตราการเติบโตของเงินจ่ายผลตอบแทนเฉลี่ยกว่า 6% ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2549 ในสมัยที่ยังเป็นกอง CPNRF

"CPNREIT" กอง REIT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เตรียมลงทุนเพิ่มครั้งใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ปัจจุบัน CPNREIT ลงทุนในสิทธิการเช่าศูนย์การค้ารวม 5 แห่ง อาคารสำนักงาน 2 แห่ง และโรงแรมอีก 1 แห่ง ได้แก่

1. โครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 พื้นที่ให้เช่า 82,571 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 95.5%
2. โครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 พื้นที่ให้เช่า 36,505 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 95.7%
3. โครงการเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า พื้นที่ให้เช่า 27,656 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 99.2%
4. โครงการอาคารสำนักงานปิ่นเกล้า ทาวเวอร์ A และ B พื้นที่ให้เช่า 34,320 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 89.3%
5. โครงการเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต พื้นที่ให้เช่า 37,775 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 94.1%
6. โครงการเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช พื้นที่ให้เช่า 29,404 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 98.4%
7. โรงแรมฮิลตัน พัทยา จำนวนห้อง 302 ห้อง อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 88.5%

หมายเหตุ ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2562

"CPNREIT" กอง REIT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เตรียมลงทุนเพิ่มครั้งใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ด้วยกลยุทธ์ของ CPNREIT ที่จะเน้นลงทุนในทรัพย์สินที่อยู่ในทำเลที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งส่งผลให้ร้านค้าที่มาเช่าพื้นที่ของ CPNREIT มีรายได้ที่ดี ทำให้ CPNREIT สามารถเก็บค่าเช่าได้สูงขึ้นด้วย และอย่างโครงการเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ก็เป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ ของนักท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งถ้าเรามองย้อนหลังไปยาว ๆ เราจะเห็นได้ว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่อยู่ในพอร์ตของ CPNREIT มีการเติบโตต่อเนื่องอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีอัตราการเช่าเฉลี่ยที่สูงมากกว่า 90%

"CPNREIT" กอง REIT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เตรียมลงทุนเพิ่มครั้งใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ล่าสุด CPNREIT เล็งเห็นโอกาสการลงทุนที่จะดึงทรัพย์สินที่มีคุณภาพ มาเพิ่มศักยภาพ ช่วยสร้างผลตอบแทนที่เติบโตต่อเนื่องให้กับ CPNREIT ได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้ดีมากขึ้นอีก โดยมีแผนการลงทุนทรัพย์สินโครงการใหม่เพิ่มขึ้นอีก 6 แห่ง ในทำเลแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจในหลายจังหวัดพร้อมทั้งต่ออายุสัญญาทรัพย์สินโครงการเดิมอีก 1 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วย

"CPNREIT" กอง REIT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เตรียมลงทุนเพิ่มครั้งใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

1. โครงการเซ็นทรัลมารีนา (พัทยา) ลงทุนในสิทธิการเช่า/ เช่าช่วงอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่าในงานระบบ ระยะเวลาประมาณ 15 ปี (สิ้นสุด 30 เมษายน 2578) และกรรมสิทธิ์สังหาริมทรัพย์ คิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 13,726 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 96.4%

2. โครงการเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่าในงานระบบ ระยะเวลาประมาณ 22 ปี (สิ้นสุด 16 ธันวาคม 2584) และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ คิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 15,863 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 95.9%

3. โครงการเซ็นทรัลพลาซา สุราษฎร์ธานี ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่าในงานระบบ ระยะเวลาประมาณ 30 ปี (นับจากวันที่เริ่มระยะเวลาเช่า) และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ คิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 26,294 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 95.5%

4. โครงการเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่างานระบบ ระยะเวลาประมาณ 30 ปี (นับจากวันที่เริ่มระยะเวลาเช่า) และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ คิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 25,168 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 95.4%

5. โครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 (ช่วงต่ออายุ) ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่างานระบบ ระยะเวลาประมาณ 30 ปี (ตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2568 – 15 สิงหาคม 2598) คิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 92,292 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 95.9%

ทั้งนี้ ในปี 2568 กองทรัสต์จะมีการเพิ่มทุนโดยการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม ในจำนวนไม่เกิน 630 ล้านหน่วย เพื่อชำระค่าเช่าสำหรับการลงทุนในโครงการดังกล่าวไม่เกิน 25,394 ล้านบาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม อากรแสตมป์ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง)

หมายเหตุ ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2562

"CPNREIT" กอง REIT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เตรียมลงทุนเพิ่มครั้งใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

อีก 2 โครงการจะเป็นการรับโอนทรัพย์สินจากทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อาคารสำนักงานจีแลนด์ (GLANDRT) ซึ่งประกอบด้วย

1. โครงการอาคารสำนักงานเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส รับโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์และงานระบบ ระยะเวลาคงเหลือประมาณ 27 ปี (สิ้นสุด 18 เมษายน 2590) และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ รวมถึงรับโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 62,805 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 100%

2. โครงการอาคารสำนักงานยูนิลีเวอร์ เฮ้าส์ รับโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์และงานระบบ ระยะเวลาคงเหลือประมาณ 15 ปี (สิ้นสุด 14 พฤศจิกายน 2577) และลงทุนในกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ รวมถึงรับโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 18,527 ตารางเมตร อัตราการเช่าอยู่ที่ 100%

หมายเหตุ ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2562

"CPNREIT" กอง REIT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เตรียมลงทุนเพิ่มครั้งใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

CPNREIT คาดการณ์ว่าการลงทุนครั้งนี้จะไม่เกิน 55,990 ล้านบาท โดยจะระดมทุนในครั้งนี้ไม่เกิน 33,100 ล้านบาท โดยคาดว่าแหล่งเงินลงทุนจะมาจาก 2 ส่วนหลัก ก็คือ มาจากการกู้ยืมสถาบันการเงินหรือออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 13,500 ล้านบาท และอีกส่วนหนึ่งจะมาจากการเพิ่มทุนของ CPNREIT อีกไม่เกิน 770 ล้านหน่วย

"CPNREIT" กอง REIT ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เตรียมลงทุนเพิ่มครั้งใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

หลังจากการเข้าลงทุนแล้ว CPNREIT จะยังคงแต่งตั้ง CPN เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของโครงการในทรัพย์สินกลุ่มที่ 1 ที่เป็นศูนย์การค้า และแต่งตั้ง บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLAND และบริษัท สเตอร์ลิง อีควิตี้ จำกัด (ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม CPN) เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของโครงการในทรัพย์สินกลุ่มที่ 2 ที่รับโอนจากกองทรัสต์ GLANDRT ซึ่งหลังจากการเพิ่มทุมครั้งนี้จะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ชัดขึ้นว่า CPNREIT คือกองทรัสต์ที่มีมูลค่าที่ใหญ่ที่สุดในตลาด ณ เวลานี้ และคาดว่าจะเป็นกอง REIT กองแรกในประเทศไทยที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) แตะ 100,000 ล้านบาท!

CPNREIT จะเปิดจองซื้อให้แก่ผู้ถือหน่วยเดิมซึ่งประกอบด้วย

(1) ประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมของ CPNREIT ที่มีสิทธิ โดยกำหนดเป็นอัตรา 4.4319 หน่วยทรัสต์เดิมของ CPNREIT ต่อ 1 หน่วยทรัสต์เพิ่มเติม

(2) ประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมของ GLANDRT ที่มีสิทธิ โดยกำหนดเป็นอัตรา 3.0034 หน่วยทรัสต์เดิมของ GLANDRT ต่อ 1 หน่วยทรัสต์เพิ่มเติม

ในวันที่ 13, 16-19 มีนาคม 2563 ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร 02-777-6784 บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) โทร 02-658-5000 ต่อ 1711 และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร 02-111-1111

และเปิดจองซื้อให้แก่ประชาชนทั่วไปในวันที่ 20, 23-24 มีนาคม 2563 ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร 02-777-6784 บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) โทร 02-658-5000 ต่อ 1711 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร 02-111-1111 และบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด โทร 02-949-1999 โดยมีราคาจองซื้อที่ราคาเสนอขายสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น คือ 32.00 – 33.00 บาทต่อหน่วย กรณีที่ราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น จะดำเนินการคืนเงินส่วนต่างค่าจองซื้อระหว่างราคาเสนอขายสุดท้ายกับราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้นให้แก่ผู้จองซื้อ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cpnreit.com โทร 02-667-5555 ต่อ 1660 หรืออีเมล์ ir_cpnreit@cpn.co.th


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: