ลดหย่อนภาษีท้ายปี กับ "กองทุน" ชั้นนำที่ไหนดี?

ลดหย่อนภาษีท้ายปี กับ “กองทุน” ชั้นนำที่ไหนดี?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (Aberdeen Standard) มีประสบการณ์การลงทุนมากว่า 40 ปี ที่เน้นการวิเคราะห์การลงทุนเชิงพื้นฐาน มีนักวิเคราะห์มากกว่า 1,000 คนทั่วโลก เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
  • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (Aberdeen Standard) ยังให้ความสนใจกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาประกอบในการวิเคราะห์อย่างจริงจังเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดและความเสี่ยงต่ำที่สุด
  • ช่วงปลายปีคนที่กำลังมองหา LTF RMF เพื่อลดหย่อนภาษี อเบอร์ดีน (Aberdeen) ก็มีกองทุนมากมายที่ตอบโจทย์ ได้แก่ ABLTF, ABLTF70/30, ABSC-RMF, ABAPAC-RMF และ ABSI-RMF

ช่วงส่งท้ายปีแบบนี้คงไม่มีเรื่องไหนที่ได้รับความสนใจเท่ากับเรื่องของ “ภาษี” แล้วล่ะ แล้วปีนี้ก็ยังมีประเด็นเรื่องที่ว่า LTF จะซื้อลดหย่อนภาษีได้เป็นปีสุดท้ายด้วย แต่ถ้าถามพี่ทุยว่าปีนี้ยังควรซื้อ LTF มั้ย พี่ทุยก็จะตอบว่าถ้าการลงทุน LTF ยังตอบโจทย์กับเป้าหมายทางการเงินอยู่ การซื้อ LTF ก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีอยู่เหมือนเดิม การที่ LTF จะขายเป็นปีสุดท้ายหรือไม่นั้น ก็ไม่ได้ส่งผลกับผลตอบแทนของ “กองทุน” สักเท่าไหร่

ถ้าจะเลือกซื้อ LTF RMF สักกองทุน จะมีแนวทางในการคัดสรรอย่างไรได้บ้าง ?

สำหรับหลาย ๆ คน เวลาจะลงทุนส่วนใหญ่ก็จะถามเพื่อน ถามพี่ ถามคนรู้จัก แต่พี่ทุยอยากบอกเลยว่าเวลาเราลงทุน ควรจะเข้าใจเรื่องการลงทุนจนสามารถคัดเลือกแหล่งลงทุนได้เอง เราจะได้เข้าใจว่าเวลาไหนควรซื้อ ควรขายหรือควรเปลี่ยน “กองทุน” ที่ลงทุนอยู่

ส่วนตัวแล้วเวลาที่พี่ทุยจะคัดสรรการลงทุนในกองทุนรวมสักกองนึง พี่ทุยจะดูเสมอว่าใครเป็นทีมบริหารกองทุนให้กับเรา เพราะทีมบริหารพอร์ตหรือที่เราเรียกกันว่า “ผู้จัดการกองทุน” มีผลต่อผลตอบแทนของเงินลงทุนเราโดยตรง ซึ่งเราจำเป็นต้องเลือก “ผู้จัดการกองทุน” ให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนของเราด้วย เพื่อให้ตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด

แล้ว LTF มีเงื่อนไขว่าสินทรัพย์อย่างน้อย 65% ต้องลงทุนในหุ้น ดังนั้นเราก็ต้องเลือก “ผู้จัดการกองทุน” ที่มีความชำนาญในการเลือกหุ้น สำหรับคนที่ชื่นชอบการลงทุนหุ้นแนววิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เน้นลงทุนระยะยาวเป็นหลักและชอบการลงทุนเชิงรุก (Active) เพื่อจะได้สร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับเรา พี่ทุยแนะนำว่าลองเลือกลงทุนกองทุนกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (Aberdeen Standard Investments) ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการลงทุนด้านนี้ มีประสบการณ์การลงทุนมากว่า 40 ปี

สไตล์การลงทุนของอเบอร์ดีน (Aberdeen) จะเป็นการลงทุนที่วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก และเหตุผลนึงที่สามารถทำให้การวิเคราะห์ของอเบอร์ดีน (Aberdeen) มีความแม่นยำสูงก็เพราะว่า อเบอร์ดีน (Aberdeen) มีนักวิเคราะห์อยู่ทั่วทุกมุมโลก กระจายอยู่หลายภูมิภาคมากกว่า 1,000 คนซึ่ง ที่พร้อมเข้าเยี่ยมชมและสัมภาษณ์บริษัท เพื่อเข้าใจต่อสถานการณ์ รวมถึงรับรู้ถึงปัจจัยเฉพาะของแต่ละพื้นที่ (Ground Research) ที่จะช่วยทำให้สามารถประเมิน วิเคราะห์ถึงโอกาสและความเสี่ยงของบริษัทที่กำลังจะลงทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้อเบอร์ดีน (Aberdeen) กลายเป็นหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นอกจากนี้ อเบอร์ดีน (Aberdeen) ยังใช้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาประกอบในการวิเคราะห์อย่างจริงจังเพื่อให้การวิเคราะห์ออกมาดีที่สุด สะท้อนภาพความเสี่ยงในแง่ต่าง ๆ ที่ไม่สามารถสืบทราบได้เพียงจากการอ่านงบการเงิน เพื่อเพิ่มผลตอบแทนและลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุน เรียกว่าลงทุนได้อย่างมั่นใจกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเลยทีเดียว

สำหรับการลงทุนแบบ Bottom Up ที่จะเน้นเลือกศึกษาลงทุนจากหุ้นรายตัว เน้นการทำวิจัยและค้นหาบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีและเหมาะกับการลงทุนระยะยาวเท่านั้น ซึ่งด้วยเงื่อนไขของ LTF และ RMF ทำให้เราต้องลงทุนระยะยาวอยู่แล้ว ซึ่งถือว่าตรงกับเงื่อนไขอย่างพอดิบพอดี อเบอร์ดีน (Aberdeen) ก็มีหลากหลายกองทุนให้เราเลือกลงทุนกัน

LTF และ RMF ของอเบอร์ดีน (Aberdeen) มีตัวไหนน่าสนใจบ้าง ?

สำหรับ LTF ก็จะมี ABLTF เน้นลงทุนในหุ้นไทยพื้นฐานดีเหมาะกับการลงทุนระยะยาว หรือถ้าใครอยากลดความเสี่ยงลงมาหน่อยก็สามารถเลือกลงทุนใน ABLTF70/30 ได้ ซึ่งจะมีการลงทุนในตราสารหนี้ประมาณ 30% เพื่อลดความผันผวน

สำหรับ RMF คนที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทยก็จะมี ABSC-RMF หรือถ้ามองว่าเราลงทุนในหุ้นไทยเยอะแล้วทั้งหุ้นรายตัวรวมไปถึง LTF ที่มีสัดส่วนในการลงทุนในหุ้นแล้ว ก็อาจจะลองมาดูที่ ABAPAC-RMF ที่เป็นการลงทุนในหุ้นต่างประเทศใน Asia Pacific เป็นหลัก ถ้าใครต้องการกระจายการลงทุนไปยังประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติมก็สามารถใช้กอง ABAPAC-RMF นี้ได้

แต่ถ้ารับความเสี่ยงในการลงทุนในหุ้นไม่ได้ก็สามารถลงทุนผ่าน ABSI-RMF ที่เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้แทน ซึ่งแน่นอนว่าก็ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเช่นกัน

อยากซื้อ “กองทุน” ของอเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (Aberdeen Standard) ต้องทำยังไง ?

สำหรับคนที่อยากซื้อกองทุนรวมของอเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (Aberdeen Standard) สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของอเบอร์ดีน (Aberdeen) ว่าปัจจุบันสามารถซื้อผ่านช่องทางไหนได้บ้าง

นอกจาก LTF RMF นั้น อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (Aberdeen Standard) ก็ยังมีกองทุนรวมอีกหลากหลายกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ใครกำลังสนใจประเทศไหนเป็นพิเศษก็สามารถไปเลือกลงทุนกันได้เลย!

*ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นส่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน โดยปัจจุบันกองทุนไม่ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน ในกองทุนรวมดังกล่าวด้วย

ติดต่อ ขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการที่ บลจ. อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือผู้สนับสนุนการขาย  ทุกราย หรือดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์ของ บลจ.


บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: