วิธีกระจาย "ความเสี่ยง" ที่เหมาะสม ควรเป็นแบบไหน ?

วิธีกระจาย “ความเสี่ยง” ที่เหมาะสม ควรเป็นแบบไหน ?

 

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

การกระจาย “ความเสี่ยง” เป็นทฤษฎีที่นักลงทุนมือใหม่หลายคนมีอาการร้อนวิชาอยากที่จะทำตาม อาการนี้พี่ทุยเห็นได้บ่อยครั้งมาก และก็มีความพยายามกระจายไปเต็มเหนี่ยว เยอะแยะไปหมด บางคนที่พี่ทุยเปิดดูพอร์ตรวมทั้งหมดแล้วบอกได้เลยว่ามีงงอยู่เหมือนกัน

กองทุนหุ้นปันผล 3 กอง
ไม่ปันผลอีก 2 กอง
LTF 1 กอง
RMF 1 กอง
ประกันชีวิต 3 ฉบับ
กองทุนตราสารหนี้ 1 กอง
กองทุนตลาดเงิน 1 กอง

อื้อหื้อออออ !!! เรียกได้ว่าขยันกระจายการลงทุนจริงๆ ถามว่ากระจายเยอะแบบนี้ดีมั้ย !? ถ้าเราดูแลได้หมด ติดตามได้ครบถ้วน ก็ถือว่าไม่เลวนะ แต่พี่ทุยว่ามันจะดูเป็นการลงทุนที่วุ่นวายเกินไปหน่อย แล้วเราก็ขะไม่รู้ด้วยว่าเวลาไหนควรซื้อเพิ่ม เวลาไหนควรขาย หรือถ้าเรามีเงินลงทุนเหลือเราจะกระจายการลงทุนยังไงต่อหรือว่าควรปล่อยให้โตต่อไปเรื่อยๆ

มาถึงตรงนี้หลายๆคนอาจจะงงว่า แล้วเท่าไหร่ถึงจะดีล่ะ ?

พี่ทุยว่าเราต้องย้อนกลับมาเรื่องเป้าหมายการเงินกันก่อน อย่างที่พี่ทุยย้ำเสมอว่าเราต้องตั้งเป้าหมาย ! แล้วเป้าหมายจะเป็นคนบอกเราเองว่าเราควรกระจายการลงทุนแบบไหน ลงทุนเพิ่มเรื่อยๆหรือวางทิ้งไว้ชิวๆ

เช่น …
การเกษียณอายุ
ซื้อรถใหม่
บ้านใหม่
ซ่อมบ้าน
เที่ยวรอบโลก
ส่งลูกเรียน

การลงทุนแบบที่ควรจะเป็น คือ “1 เป้าหมายต่อ 1 พอร์ตการลงทุน” นะจ้ะ ถ้าอย่างเกษียณอายุ แน่นอนว่าเป็นเป้าหมายระยะยาว 10 ปีขึ้นไป พอร์ตการลงทุนที่น่าสนใจก็คือ “กองทุนรวมหุ้นไม่ปันผล” “กองทุนตราสารหนี้ระยาว”
รวมถึง “LTF RMF” รวมไปถึงการลงทุนทางเลือกต่างๆ

แต่ถ้าอย่างเป้าหมาย ดาวน์รถใหม่ปีหน้า ระยะสั้นขนาดนี้ พอร์ตการลงทุนที่เหมาะสม คือ “กองทุนรวมตลาดเงิน” หรือ “กองทุนรวมตราสารหนี้” เพราะระยะสั้น ไม่ควรลงทุนที่เสี่ยง

หรืออย่าง ส่งลูกเรียน พอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมก็คือ “ประกันชีวิต” เผื่อไว้เราเป็นอะไรไป ลูกเราก็ยังได้เรียน
แล้วเผื่อในกรณีที่เราไม่ตาย ก็ต้องมีให้ลูกเรียนเหมือนกัน ก็จะเป็น กองทุนหุ้นไม่ปันผล LTF กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะยาว หรือจะซื้อ ประกันควบการลงทุนอย่าง Unit linked ก็เป็นทางเลือกที่แจ่มมมมมมมมเลยล่ะ

หรือถ้าอยากได้ “รายได้ประจำ” เพิ่มจากการลงทุน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT ก็เป็นอันใช้ได้ เห็นมั้ยว่าถ้าเรากำหนดเป้าหมายก่อนการลงทุน จะทำให้เรารู้ได้อย่างชัดเจนเลยว่า เราควรลงทุนอะไร ? การลงทุนทุกครั้ง ถามตัวเองเสมอว่า “เป้าหมายคืออะไร” นะจ้ะ ฮรี่ฮรี่


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
error: