สิ่งที่ควรรู้ในการ "ลงทุนกองทุนรวม" ที่ไม่ใช่แค่ผลตอบแทน

สิ่งที่ควรรู้ในการ “ลงทุนกองทุนรวม” ที่ไม่ใช่แค่ผลตอบแทน

 

ฉบับย่อ

  • แน่นอนว่าเราลงทุนเพราะต้องการ “ผลตอบแทน” ที่คุ้มค่ากับเงินลงทุน แต่ใช่ว่าส่วนสำคัญที่ควรจะรู้เวลาลงทุนในกองทุนรวมจะมีแค่ผลตอบแทนเท่านั้น
  • ข้อมูลสำคัญ และจำเป็นต้องรู้และทำความเข้าใจก่อนการลงทุน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถหาได้จาก “Fund Fact sheet” หรือหนังสือชี้ชวนส่วนสำคัญ
  • “ค่าธรรมเนียม” เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการลงทุน เพราะมีส่วนในการกำหนดผลตอบแทนในอนาคต
  • แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยบริหารเงินที่เราลงทุนไป แต่ก็ต้องรู้ด้วยว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวมไม่ได้จบแค่ซื้อเท่านั้น เรายังคงต้องติดตามและบริหารพอร์ตการลงทุนต่อ

สำหรับคนที่เริ่มจะสะสมเงินทุนได้จำนวนนึง และกำลังมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเอาเงินไปฝากธนาคารไว้เฉย ๆ ซึ่งการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นลงทุน นั่นคือ “ลงทุนกองทุนรวม” ที่หลายคนรู้อยู่แล้วว่าข้อดี คือ ผลตอบแทนดีกว่าเอาเงินไปฝากธนาคาร และมีผู้เชี่ยวชาญหรือผู้จัดการกองทุนช่วยบริหารเงินลงทุนของเราด้วย แน่นอนว่าใคร ๆ ก็ตามเมื่อลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินไหน ความต้องการอันดับแรกและให้ความสนใจคงหนีไม่พ้นดูว่า “ผลตอบแทน” มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการลงทุนผ่านกองทุนรวมก็เหมือนกัน สิ่งที่หลายคนอยากรู้มากที่สุดเวลาจะซื้อกองทุนรวมนอกจากถามว่า “ซื้อกองทุนกองไหนดีพี่ทุย?”  นั่นก็คือ “กองนี้น่าจะได้ผลตอบแทนเท่าไหร่?”

ก่อนอื่นพี่ทุยอยากให้ลองทำความเข้าใจกับรูปแบบของผลตอบแทนจากกองทุนรวมก่อน ซึ่งเราสามารถเลือกกองทุนที่มีนโยบายการจ่ายผลตอบแทนให้เหมาะสมกับเราได้ ซึ่งหลัก ๆ มีอยู่ 2 แบบคือ

1. กำไร(ขาดทุน)จากส่วนต่างราคา ผลตอบแทนในส่วนนี้จะได้รับเราขายคืนหน่วยลงทุนให้กับ บลจ.นั่นเอง ซึ่งจะเป็นกำไรก็ต่อเมื่อซื้อมาถูกขายแพง

2. เงินปันผล ผลตอบแทนส่วนนี้จะมีเฉพาะกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลเท่านั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุนด้วย เพราะบางทีก็จ่ายเงินให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน หรือนำเงินไปทบยอดลงทุนต่อตามสัดส่วนที่เราลงไว้ตอนแรก

การดูผลตอบแทนของกองทุน คือ ผลตอบแทนที่ผ่าน ๆ มาว่าเป็นยังไงดีมั้ย จ่ายปันผลมากแค่ไหน แต่อย่าลืมนะว่าผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนรวม ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ขนาดนั้น เพราะปัจจัยอื่น ๆ อย่างภาวะเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย นั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

พี่ทุยว่าไม่ผิดหรอกที่จะสนใจกับผลตอบแทนที่คาดว่าน่าจะได้ แต่ลองคิดดูว่าเรื่องของผลตอบแทน ก็เชื่อมโยงไปกับเรื่องอื่นๆ ของกองทุนด้วย เช่น นโยบายกองทุน แล้วยังงี้จะเราจะมาสนใจแต่ผลตอบแทนอย่างเดียวคงไม่พอ เพระในความเป็นจริงแล้วนั้น ถ้าอยากให้การลงทุนประสบผลสำเร็จและเป็นไปตามเป้าหมายลงทุนที่วางไว้ พี่ทุยว่านอกจากเรื่องของ “ผลตอบแทน” เราก็มีปัจจัยอื่นอีกที่เราควรจะรู้และให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยเวลาลงทุนผ่านกองทุนรวม

Fund fact sheet บอกอะไร ? 

บางคนไม่ค่อยรู้จักว่า Fund fact sheet คืออะไร? แล้วทำไมตัวเองต้องอ่าน Fund fact sheet ด้วย? มันยาวอ่ะ ไม่อ่านได้มั้ย? เพราะหลายคนมักจะไม่ค่อยชอบอ่านอะไรที่มันยาวๆ เท่าไหร่ น่าเบื่ออ่ะ ลงทุนตาม แต่พี่ทุยบอกเลยว่าถึง ว่า Fund fact sheet  ยาวแค่ไหนก็ต้องอ่านและทำความเข้าใจก่อนลงทุนนะ เพราะมันเป็นข้อมูลจำเป็นที่เราต้องรู้และใช้ในการวางแผนการลงทุน

หลายคนมักจะให้ความสนใจแค่ผลตอบแทนของกองทุนเท่านั้น กองไหนที่เค้าบอกว่าผลตอบแทนดี แต่มักจะเมินเฉยที่จะอ่าน หรือทำเข้าใจกับสิ่งที่สำคัญมากๆ อย่าง “Fund Fact Sheet” หรือหนังสือชี้ชวนส่วนสำคัญ ทั้งๆ ที่มันคือ เอกสารสรุปข้อมูลสำคัญของกองทุนรวม ที่ช่วยให้เราเข้าใจลักษณะของกองทุนนั้นๆ และสามารถเปรียบเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกันของหลายๆ บลจ. ก่อนการตัดสินใจลงทุนได้ บางคนถ้าอ่านก็อ่านแค่ส่วนของผลการดำเนินงานย้อนหลังเท่านั้น แต่มองข้ามข้อมูลสำคัญส่วนอื่นไป ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทั่วไปอย่างประเภทของกองทุน ระดับควมเสี่ยงของกองทุน เพื่อดูว่าเรายอมรับระดับนี้ได้ไหม ค่าธรรมเนียมต่างๆ  นโยบายการจ่ายเงินปันผลหรือไม่ ถ้ามีเป็นแบบไหน และสัดส่วนการกระจายการลงทุนของกองทุนไปยังตราสารประเภทต่างๆ เป็นยังไง เราจะได้คาดการณ์ผลการดำเนินงานของกองทุนได้ผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินพวกนี้ได้ โดยทางบลจ. จะมีการอัพเดตข้อมูลทุกให้เดือนด้วย ซึ่งข้อมูลพวกนี้พี่ทุยบอกเลยว่าไม่ควรละเลยเลยแม้แต่น้อยนะ

เมื่อรู้แล้วว่า Fund Fact sheet สำคัญขนาดนี้แล้วพี่ทุยหวังว่าทุกคนจะหันมาศึกษาข้อมูลในส่วนนี้มากขึ้นนะ จะได้ลงทุนตามเป้าหมายการลงทุนที่วางไว้และได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจกันนะ

ต้องใส่ใจกับค่าธรรมเนียม

“ค่าธรรมเนียม” เป็นอีกปัจจัยที่มีสำคัญในการลงทุน เนื่องจากมีส่วนในการกำหนดผลตอบแทนในอนาคต เพราะกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมสูงจะทำให้ผลตอบแทนที่เราควรจะได้รับลดลง แต่พี่ทุยเห็นบางคนมักมองข้ามค่าธรรมเนียมไป มุ่งความสนใจไปที่ผลตอบแทนซะมากกว่า

ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการลงทุนผ่านกองทุนรวมมีด้วยกัน 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

1. ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุน เป็นค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการส่งคำสั่งเพื่อทำรายการต่างๆ ซึ่งแต่ละกองทุนจะเรียกเก็บไม่เท่ากัน เช่น ค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุน หรือ Front-end fee จะถูกบวกเข้าไปกับมูลค่าหน่วยลงทุนตอนเราซื้อหน่วยลงทุน ส่วนค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน หรือ Back-end fee ซึ่งจะถูกหักจากเงินที่เราจะได้รับจากการขายคืนหน่วยลงทุนนั่นเอง

นอกจากนี้ก็มีค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน เวลาเราต้องการปรับพอร์ตการลงทุนโดยเปลี่ยนไปลงทุนในกองทุนรวมอีกกองหนึ่งภายในบลจ. เดียวกัน ซึ่งค่าธรรมเนียมพวกนี้สามารถดูได้จากหนังสือชี้ชวน หรือ Fund Fact Sheet ของแต่ละกองทุน

2. ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม  ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุนรวม เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการหรือ Management fee  จากการที่บลจ. ช่วยบริหารกองทุนให้เรา ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ และค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน ค่าธรรมเนียมส่วนนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของกองทุนน้า ยิ่งกองทุนที่ต้องบริหารซับซ้อนและยุ่งยากก็จะเรียกเก็บจากเราสูง เช่น กองทุนตราสารหนี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายต่ำกองทุนรวมหุ้น ซึ่งเราสามารถดูค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้จาก Fund Fact Sheet เช่นกันนะจ๊ะ เห็นมั้ยล่ะฮะ พี่ทุยบอกแล้วว่ายังไงก็ต้องอ่าน

เก็บจากกองทุน แล้วทำไมเราต้องสนใจ? พี่ทุยบอกเลยว่าต้องสนใจสิเพราะแม้ว่าจะเก็บจากกองทุนจริงแต่มันคือส่วนของเรา ซึ่งเราแค่ไม่ได้รับรู้ว่าค่าธรรมเนียมส่วนนี้เราถูกเก็บเมื่อไหร่ แต่จริง ๆ แล้วมันจะถูกหักออกจากมูลค่าการลงทุนของเราในทุกๆวัน แต่ที่เราไม่เห็นเพราะราคา NAV ที่ประกาศออกมาในแต่ละวันนั้นถูกหักค่าใช้จ่ายนี้ออกไปแล้วนั่นเอง

เห็นมั้ยว่า ค่าธรรมเนียมนั้นจะมีผลต่อผลตอบแทนของกองทุนเราตรง ๆ เลย ดังนั้นพี่ทุยว่าเวลาเปรียบเทียบกองทุนก็อย่าลืมให้ความสนใจกับค่าธรรมเนียมด้วยเน้อ

การลงทุนไม่ได้จบแค่ซื้อเสร็จ    

“ลงทุนผ่านกองทุนรวมง่ายจะตาย ซื้อเสร็จก็จบแล้ว” หลายคนคิดว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวม ที่บอกว่าไม่ยุ่งยาก เพราะซื้อกองทุนเสร็จแล้วคือจบเลย ปล่อยให้บลจ. ดูแลเงินเราไปตามมีตามเกิดและคิดว่าปล่อยให้เงินทำงานของมันไปเรื่อย ๆ เพราะเห็นเค้าบอกกันว่ามีผู้เชียวชาญหรือผู้จัดการกองทุนที่เก่งๆ คอยบริหารเงินแทนเราแล้วไง ยังต้องทำอะไรอีกหรอ?

ที่เราควรรู้อีกอย่างในการลงทุนในกองทุนรวมก็คือ แม้ว่าจะมีคนเก่งๆ คอยบริหารเงินให้แต่หลังจากซื้อกองทุนรวมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ได้สิ้นสุดแค่นั้น พี่ทุยว่าเราเองก็ควรที่ต้องติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เป็นไปตามแผนการลงทุนที่เราวางไว้หรือไม่ ทำผลงานได้ตามที่คาดการณ์ไว้มากน้อยแค่ไหน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเราเอง และเราจะได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายการลงทุนของเราได้

การลงทุนผ่านกองทุนรวมจะได้ผลลัพธ์ที่ดีหรือไม่ พี่ทุยว่าส่วนหนึ่งก็มาจากว่าเราศึกษาและเข้าใจข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน แม้ว่าเราจะต้องการผลตอบแทนจากเงินที่เราลงทุนไป แต่การมุ่งสนใจแค่ผลตอบแทนอย่างเดียวพี่ทุยว่า

มันยังไม่เพียงพอ พี่ทุยว่าเราต้องรู้และเข้าใจข้อมูลสำคัญผ่าน fund fact sheet รู้จักเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายหรือค่ธรรมเนียมที่จะเกิดขึ้นเพื่อพิจารณาเปรียบเทียบกองทุนก่อน รวมถึงติดตามและปรับปรุงพอร์ตการลงทุนหลังจากลงทุนเรียบร้อยแล้วอย่างสม่ำเสมอด้วยนะฮะ จะได้ลงทุนสำเร็จตามเป้าหมายที่ลงทุนกันไว้นะ


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: