อยากลดหย่อนภาษีจะเลือก "กองทุน SSF หรือ SSFX" ดีกว่ากัน?

อยากลดหย่อนภาษีจะเลือก “กองทุน SSF หรือ SSFX” ดีกว่ากัน?

3 min read  

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

อยากลดหย่อนภาษีจะเลือก "กองทุน SSF หรือ SSFX" ดีกว่ากัน?

ช่วงนี้เป็นช่วงที่พี่ทุยได้รับคำถามเกี่ยวกับเรื่องการลดหย่อนภาษีของ SSF และ SSFX เยอะมาก เพราะว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เราสามารถลดหย่อนภาษีผ่าน SSFX ที่ออกมาแบบเฉพาะกิจได้ ทำให้หลายคนสับสนและมีคำถามเต็มไปหมด แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะพี่ทุยจะมาเคลียร์ทุกข้อสงสัยให้เอง..

ความเหมือนที่แตกต่างระหว่าง LTF และ SSF

ก่อนอื่นเลยเราต้องเข้าใจก่อนว่านับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเราไม่สามารถซื้อ LTF เพื่อการลดหย่อนภาษีได้อีกต่อไป ถ้าเราต้องการลดหย่อนภาษีเราจะต้องใช้ SSF แทน ซึ่ง SSF นั่นมีความแตกต่างกับ LTF พอสมควรไม่ว่าจะเป็น

1. จำนวนเงินลดหย่อนภาษีได้
ในภาพรวมแล้วดูเหมือนคนที่มีรายได้สูงจะลดหย่อนได้น้อยลง แต่คนที่มีรายได้ไม่สูงมากจะสามารถลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น เนื่องจาก LTF ลงทุนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท แต่ SSF ลงทุนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อนับรวมลดหย่อนเพื่อการเกษียณไม่เกิน 500,000 บาท

2. นโยบายการลงทุน
SSF สามารถลงทุนได้หลากหลายมากกว่า LTF ในหลักกการลงทุนแล้วต้องบอกว่า SSF ดูน่าสนใจเพราะเปิดโอกาสการลงทุนให้กับนักลงทุนได้มากกว่า ไม่จำเป็นต้องเลือกเฉพาะหุ้นไทยเท่านั้น

3. ระยะเวลาการถือครอง
เดิม LTF เมื่อเราซื้อเราถือเพียง 7 ปีปฏิทินเท่านั้น แต่สำหรับ SSF ใหม่ที่ออกมาจะต้องถือ 10 ปีวันชนวัน หรือแปลง่าย ๆ ก็คือ 10 ปีเต็มไม่ขาดไม่เกินเลยทีเดียว ในแง่มุมการลงทุนแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะยิ่งลงทุนนานความเสี่ยงในการลงทุนก็ยิ่งมีโอกาสน้อยลง

อยากลดหย่อนภาษีจะเลือก "กองทุน SSF หรือ SSFX" ดีกว่ากัน?

เพิ่มโอกาสลดหย่อนภาษีด้วย SSFX

ตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ก็เป็นที่รู้กันว่าตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งแน่นอนว่าตลาดหุ้นไทยก็ไม่รอดเช่นกัน แรงเทขายหุ้นทำให้ราคาปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทางกระทรวงการคลังเลยออกสิทธิลดหย่อนภาษีพิเศษนั่นก็คือ SSFX หรือที่เราจะเรียกกันว่า SSF Extra เพื่อนำเม็ดเงินลงทุนเข้ามาพยุงตลาดหุ้นไทย

ด้วยจุดประสงค์การจัดตั้งของ SSFX เพื่อต้องการพยุงตลาดหุ้นไทย ทำให้นโยบายการลงทุนของ SSFX นั้นจะต้องลงทุนในหุ้นไทยอย่างน้อย 65% (เหมือนกับ LTF เดิม) และทางกระทรวงการคลังยังให้สิทธิพิเศษสำหรับการลงทุนผ่าน SSFX เพิ่มเติมด้วย ก็คือ สามารถลงทุนได้สูงสุด 200,000 บาทโดยไม่สนใจรายได้ และไม่ต้องไปนับรวมกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ แบบ SSF เดิม นั่นแปลว่าถ้าเราลงทุน SSF เต็ม 200,000 บาทแล้ว เราก็ยังสามารถซื้อ SSFX ได้อีก 200,000 บาทเต็ม ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือ เราก็จะลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง

แต่พี่ทุยเตือนไว้ก่อนว่า SSFX ซื้อได้ตั้งแต่ วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2563 นี้เท่านั้นนะ ถ้าซื้อหลังจากนี้ไม่สามารถเอาไปลดหย่อนภาษีของปี 63 ได้นะ อันนี้เป็นรายละเอียดที่เราควรจะต้องระวังกันเอาไว้เลย

อยากลดหย่อนภาษีจะเลือก "กองทุน SSF หรือ SSFX" ดีกว่ากัน?

คนที่ลงทุนอยู่แล้วกำลังหาจังหวะเก็บหุ้นที่ดีมีคุณภาพ เราก็สามารถคัดเลือกได้ทั้ง SSF และ SSFX ที่มีคุณภาพทยอยเก็บไปเรื่อย ๆ เหมือนกัน เพราะนอกจากจะได้เก็บหุ้นในราคาที่ถูกกว่าช่วงต้นปีแล้ว ก็จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วย

คิดง่าย ๆ ว่า การลดหย่อนภาษีผ่าน SSF และ SSFX ก็ช่วยทำให้เราได้ภาษีคืนมาก่อน เหมือนได้ผลตอบแทนล่วงหน้า ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสการลงทุนที่ดีสำหรับคนที่ต้องการลงทุนในระยะยาวตามเงื่อนไข 10 ปีขึ้นไปของ SSF และ SSFX แต่ก็ต้องเลือกกองทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เรารับได้ด้วย

ใครที่มีรายได้เข้าเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี รับความเสี่ยงได้แล้วเคยลงทุน LTF อยู่แล้ว พี่ทุยแนะนำว่าให้จัด ที่ลงทุนในตราสารหนี้ หรือที่มีการกระจายการลงทุนไปทั่วโลกหลากหลายสินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยงก็สามารถทำได้เช่นกัน

แต่ที่สำคัญอย่าลืมคำนวณภาษีให้ดีก่อนซื้อลดหย่อนภาษีทุกครั้ง แล้วต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ลดหย่อนภาษีด้วยเด้อ  สำหรับใครที่อยากลองคำนวณภาษีก่อนว่าซื้อ SSF และ SSFX ได้เท่าไหร่ สามารถเข้าไปลองคำนวณภาษีได้ทีนี่ คลิก

อยากลดหย่อนภาษีจะเลือก "กองทุน SSF หรือ SSFX" ดีกว่ากัน?

เพื่อให้เห็นความแตกต่างในแง่การลงทุนระหว่าง SSF และ SSFX มากขึ้น พี่ทุยขอหยิบยกตัวอย่างกองทุน SSF และ SSFX จาก บลจ. กสิกรไทย มาเพื่อให้เห็นภาพกันชัดเจนขึ้น เพราะทาง บลจ.กสิกรไทย มีให้เลือกลงทุนได้ทั้ง SSF และ SSFX เลย

อยากลดหย่อนภาษีจะเลือก "กองทุน SSF หรือ SSFX" ดีกว่ากัน?

ใครที่อยากใช้สิทธิพิเศษของ SSFX ที่ซื้อได้ถึง 30 มิ.ย.นี้ พี่ทุยแนะนำ K SUPERSTAR SSFX ซึ่งมีนโยบายการลงทุนเดียวกับกองทุนที่ขึ้นชื่อของ บลจ. กสิกรไทย อย่าง K-STAR เน้นลงทุนหุ้นไทยชั้นนำที่มั่นคง เน้นจับจังหวะทำกำไรในทุกช่วงเวลา และมีจ่ายปันผลด้วย ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เพิ่มเติมถึง 2 แสนบาท ตามนโยบายทางภาครัฐ

อยากลดหย่อนภาษีจะเลือก "กองทุน SSF หรือ SSFX" ดีกว่ากัน?

สำหรับกองทุน SSF ของบลจ. กสิกรไทย นั้นจะมีให้เลือกลงทุนมากขึ้น 4 กองทุนและก็ยังมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย ต่างระดับความเสี่ยงให้เลือกลงทุนได้ด้วย สำหรับใครที่ไม่ชอบความเสี่ยงมาก รู้ว่าหุ้นเสี่ยงสูงเกินไป อยากเน้นลดภาษีแบบเซฟ ๆ ก็สามารถเลือกลงทุนผ่าน K-FIXEDPLUS-SSF ที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ส่วนใหญ่เกรด A+ ทั่วโลก ความเสี่ยงต่ำ เน้นผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากธนาคาร ที่สำคัญตราสารหนี้ที่ K-FIXEDPLUS-SSF ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการเทขายตราสารหนี้ไทยในช่วงที่ผ่านมาด้วย

ถ้าใครอยากกระจายความเสี่ยง ไม่อยากลงทุนในหุ้นที่สูงมากจนเกินไปก็สามารถมาดูที่ K-GINCOME-SSF ที่จะนำเงินไปลงทุนต่อในกองทุน JPMorgan Investment Funds – Global Income Fund, Class A (mth)-EUR ที่มี การกระจายสินทรัพย์การลงทุนมากกว่า 2,500 ตัวทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น หุ้น ตราสารหนี้ รวมถึงกองทุนโครงสร้างพื้นฐานและ REIT ทั่วโลก เน้นสินทรัพย์ที่สามารถจ่ายปันผล หรือ มีรายได้ที่สม่ำเสมอ ที่สำคัญคือมีนโยบายจ่ายปันผลด้วย

อยากลดหย่อนภาษีจะเลือก "กองทุน SSF หรือ SSFX" ดีกว่ากัน?

แน่นอนว่า SSF สามารถลงทุนได้หลากหลาย ถ้าใครที่ชอบหุ้นไทยมาก ๆ อยากลงทุนหุ้นไทยก็มี K-STAR-SSF ที่เน้นการลงทุนในหุ้นไทยโดยเฉพาะ แต่จะมีการคัดเลือกหุ้นไทยระดับชั้นนำเน้นหุ้น Defensive Stock ที่เติบโตได้แบบไม่สนใจสภาวะตลาด อย่างหุ้นโรงไฟฟ้า หรือจะเป็นหุ้นที่เติบโตที่ดี (Quality Growth) รวมถึงพวก Cyclical Stock ที่ราคายังต่ำกว่ามูลค่ามาก ๆ กองทุนก็จะเข้าไปซื้อหุ้นเหล่านี้ และแน่นอนว่ากองทุนนี้มีกลยุทธ์การลงทุนเดียวกับ K-STAR-A(R) ที่การันตีด้วย Morningstar ระดับ 5 ดาว (ข้อมูล ณ 30 เม.ย.63)

หรือถ้าใครรู้สึกว่าลงทุนสินทรัพย์ในประเทศไทยเยอะแล้ว อยากกระจายการลงทุนไปในหุ้นต่างประเทศบ้าง ก็ยังมี K-CHANGE-SSF ที่จะนำเงินลงทุนเราไปลงทุนต่อในกองทุนหลัก Baillie Gifford Positive Change Fund ลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลก ที่เน้นลงทุนบริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันและอัตราการเติบโตทางกำไรสูง

จุดเด่นของ K-CHANGE SSF พี่ทุยเชื่อว่าจะโดนใจสายรักษ์โลกที่กำลังเป็นเทรนด์ฮิตในยุคนี้ เพราะบริษัทที่ลงทุนต้องสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive impact) ในด้านต่าง ๆ ทั้ง ด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา ความเท่าเทียมทางสังคม ระบบการดูแลสุขภาพ เป็นต้น เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงโลกให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ซึ่งกองทุนนี้บริหารโดย Baillie Gifford ผู้เชี่ยวชาญหุ้นทั่วโลก มีทีมนักวิเคราะห์หุ้นมากกว่า 100 คน เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงที่น่าสนใจกว่า 1,000 บริษัททั่วโลก ลงทุนทีเดียวได้ลดภาษีไปด้วย เปลี่ยนโลกให้ดีได้ด้วย

อยากลดหย่อนภาษีจะเลือก "กองทุน SSF หรือ SSFX" ดีกว่ากัน?

พี่ทุยแอบกระซิบปิดท้ายว่า ตอนนี้ทาง บลจ. กสิกรไทย มีโปรโมชั่นสำหรับคนที่ลงทุน SSF และ SSFX ด้วยนะ ทุก ๆ การลงทุน 50,000 บาทของแต่ละประเภทกองทุน จะได้รับ Cashback 100 บาท SSF สูงสุดคนละ 400 บาท SSFX สูงสุดคนละ 400 บาท

แล้วที่สำคัญเลย เดี๋ยวนี้การลงทุน SSF และ SSFX ก็ทำได้ง่ายมากผ่านแอปพลิเคชั่น K PLUS และ K-My Funds ที่เราใช้ ๆ กันอยู่ทุกวันนี้นี่แหละ Work from home อยู่บ้านก็ลงทุนได้ทันที ง่ายและสะดวกขนาดนี้ จะรออะไรอยู่ รีบไปหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วก็จัดการลงทุนได้เลย รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

คำเตือน

  • ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้ยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: