กองทุนที่ลงทุนใน "ธุรกิจกัญชา" ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

กองทุนที่ลงทุนใน “ธุรกิจกัญชา” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

3 min read  

ฉบับย่อ

  • กัญชาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่รู้กันหรือไม่ว่าในต่างประเทศ เราสามารถลงทุนผ่านกองทุนที่ชื่อว่า MJ
  • MJ เป็นชื่อของกองทุนเปิดที่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Exchange Traded Fund (ETF) รายแรกของโลกและใหญ่ที่สุดในโลกที่ลงทุนในธุรกิจกัญชาทั่วโลก

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ปีนี้เรียกได้ว่าเป็นปีของกัญชาที่แท้จริง กัญชาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่รู้กันหรือไม่ว่าในต่างประเทศ เราสามารถลงทุนผ่านกองทุนที่ชื่อว่า MJ เป็นชื่อของกองทุนเปิดที่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Exchange Traded Fund (ETF) รายแรกของโลกและใหญ่ที่สุดในโลกที่ลงทุนในธุรกิจกัญชาทั่วโลก โดยลงทุนในกิจการกัญชาเพื่อสันทนาการและกัญชาทางการแพทย์ โดยทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ตลาด NYSE ของสหรัฐอเมริกา พี่ทุยจะพามาเจาะลึกรายละเอียดของกองทุนใน “ธุรกิจกัญชา” ที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้เพื่อน ๆ ได้รู้กัน

ทำความรู้จักกองทุนที่ลงทุนใน “ธุรกิจกัญชา” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

กองทุนนี้ก่อตั้งและดำเนินการในปี 2015 โดยบริษัท ETFMF ประเทศสหรัฐอเมริกา บริหารกองทุนโดย Ryan Bader และ Devin Ryder ได้มีการประเมินโดยกองทุนดังกล่าวว่าตลาดกัญชาโลกจะมีอัตราการเติบโตของพอร์ตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ประมาณ 17% และมีมูลค่าสูงถึง 55.8 พันล้านดอลลาห์สหรัฐฯ ในปี 2025

สำหรับมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดในปัจจุบันของ $MJ มีมูลค่า 800 ล้านดอลลาห์สหรัฐฯ มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ 500 ล้านดอลลาห์สหรัฐฯ ในปัจจุบัน $MJ ลงทุนในบริษัทกัญชา 40 บริษัททั่วโลก โดยการลงทุนมากกว่า 90% จะอยู่ในประเทศแคนนาดา สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ

ซึ่งปัจจุบันราคาของกองทุนดังกล่าวได้ทำจุดต่ำสุด ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่ 18 ดอลลาห์สหรัฐฯ เนื่องจากผลประกอบการและมูลค่าราคาของบริษัทต่าง ๆ ได้มีมูลค่าลดลงอย่างมาก ตัวอย่างเช่น หุ้น Tilray (TLRY) ก็ได้ทำราคาต่ำสุดใหม่ (New Low) โดยมีมูลค่าราคาลดลงถึง 93% จากราคาสูงสุด (All time high) เมื่อช่วง กันยายน 2018

สำหรับความเสี่ยงที่สำคัญของกองทุนนี้มีหลายประการด้วยกัน การลงทุนในกองทุนและหุ้นบริษัทเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้นด้วย

ความเสี่ยงของการลงทุนที่ต้องเจอใน “ธุรกิจกัญชา”

1. กฎหมายการควบคุมการผลิตและจัดจำหน่ายกัญชาในประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Regulatory Risks of the Marijuana Industry)

ซึ่งถูกควบคุมโดยกฎหมายสองชั้น คือ กฎหมายของประเทศและกฎหมายของแต่ละรัฐ และในแง่ของการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชายังไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งประเทศ บางรัฐถูกกฎหมายแล้วในณะที่บางรัฐยังผิดกฎหมายอยู่

รวมถึงทุกขั้นตอนของการดำเนินการไม่ว่าจะเป็น รูปแบบการผลิต การจดบันทึกคลังสินค้า ความปลอดภัยในการเก็บสินค้าล้วนต้องรายงานตรงต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (Drug Enforcement Administration: DEA) ตลอดเวลาซึ่งส่งผลต่อการดำเนิน “ธุรกิจกัญชา” ของบริษัทกลุ่มนี้โดยตรงเพื่อป้องกันการรั่วไหลของกัญชาไปยังภายนอกโดยผิดกฎหมายและอยู่นอกเหนือการควบคุม

2. กฎหมายการควบคุมการผลิตและสภาวะเศรษฐกิจในประเทศแคนาดา (Risks Related to Investing in Canada)

เนื่องจากกองทุนนี้ลงทุนในบริษัทที่มีฐานการผลิตในแคนาดา การเมือง เศรษฐกิจและรูปแบบกฎหมายของประเทศแคนาดาจึงส่งผลโดยตรงต่อ การดำเนินการของบริษัทกัญชาและกระทบมาจนถึง ราคาของหุ้นในกลุ่มนี้ในที่สุด โดยแคนาดานั้นเป็นที่รู้กันว่าส่งออกผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและสินค้าโภคภัณฑ์เป็นรายได้หลักของประเทศ รวมถึงคู่ค้าที่สำคัญอย่างจีนและสหรัฐฯ สงครามการค้าย่อมส่งผลต่อราคาหุ้นในกลุ่มนี้แม้จะเป็นเพียงทางอ้อมก็ตาม

3. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk)

เป็นปกติของการลงทุนภายนอกประเทศที่จำเป็นต้องคำนึงถึงความผันผวนของค่าเงินต่าง ๆ ที่ส่งผลให้ NAV ของกองทุนได้น้อยหรือมากกว่าที่ควรจะเป็นได้

4. ความเสี่ยงเนื่องจากธรรมชาติของหุ้นสายสุขภาพ (Health Care Companies Risk)

เช่น การผลิตยา ซึ่งเป็นการลงทุนสูง ใช้เวลาในการวิจัยที่ยาวนานและไม่มีการรับประกันใด ๆ ว่าเมื่อสิ้นสุดการวิจัยแล้วจะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ทั่วโลกโดยปลอดภัยได้ในทันที รวมถึงมีโอกาสที่คู่แข่งหรือผลิตภัณฑ์สายการแพทย์อื่น ๆ อาจจะคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ผลในทางการแพทย์ดีกว่าจนผลิตภัณฑ์จากกัญชาจนทำให้กัญชาอาจไม่ได้เป็นที่นิยมอีกต่อไปได้

5. ความเสี่ยงเนื่องจากเป็นกองทุนเชิงรับ (Passive Investment Risk)

$MJ ได้แจ้งแก่นักลงทุนให้ทราบว่าเป็นกองทุนแบบรับ (Passive fund) ดังนั้นแม้ว่าหุ้นบางตัวในกลุ่มนี้จะมีราคาที่ Underperformance และส่งผลต่อ NAV ของกองทุนโดยรวมก็ใช่ว่าหุ้นตัวดังกล่าวจะถูกถอดออกจากการลงทุนทันที จำเป็นต้องได้รับมติรวมจากผู้บริหารและกำหนดการเลือกซื้อขายหุ้นในกองทุนอย่างมีระเบียบและใช้เวลาพอสมควร

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแม้ตัวธุรกิจกัญชาจะดูหวือหวาเต็มไปด้วยความน่าสนใจ แต่การดำเนินธุรกิจกลับพบกับอุปสรรคมากมายที่ขัดขวางการทำกำไรของบริษัทเหล่านี้ ดังนั้นการวิเคราะห์ให้ลึกลงไปถึงตัวธุรกิจย่อมช่วยให้เราตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น และบางครั้งกระแสสังคมที่เราเห็นอาจสวนทางกับมูลค่าบริษัทดังกล่าวก็เป็นได้นะ


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: