3 สิ่งที่ต้องทำเมื่อ "กองทุน" ที่เราซื้อเกิดขาดทุน

3 สิ่งที่ต้องทำเมื่อ “กองทุน” ที่เราซื้อเกิดขาดทุน

2 min read  

ฉบับย่อ

  • “กองทุน” ที่ดีไม่ใช่กองทุนที่ไม่เคยขาดทุน แต่เป็นกองทุนที่สามารถทำผลตอบแทนเท่ากับ หรือเหนือกว่าดัชนีมาตรฐาน (Benchmark) ได้
  • กำไรมาคู่กับขาดทุนเสมอ ถ้าเราทนขาดทุนไม่ได้มาก เราก็จะหวังกำไรจากการลงทุนไม่ได้มากเช่นกัน ความรู้ความเข้าใจในการลงทุนจะช่วยทำให้เราลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ แต่ก็เพิ่มโอกาสที่เราจะได้กำไรมากขึ้นด้วย

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

“กองทุน” สำหรับมือใหม่ที่เริ่มต้นลงทุนพี่ทุยมักจะแนะนำเสมอ เพราะว่ามีมืออาชีพคอยดูแลเงินของเราให้ ก็น่าจะมั่นใจได้ระดับนึงว่าก็ยังดีกว่าเราเล่นเองแบบไม่มีความรู้อะไรเลย

แต่เวลาที่ลงทุนกองทุนรวมแล้วกำไร พี่ทุยว่าก็คงไม่มีใครรู้สึกว่ากองทุนรวมไม่ดีเท่าไหร่ แต่ถ้าเวลาที่ขาดทุน พี่ทุยว่าต้องมีความรู้สึกกันบ้างแน่ๆว่าผู้จัดกองทุนเค้าไม่เก่งหรือเปล่านะ ? บทความนี้พี่ทุยเลยลองเอาสิ่งที่ต้องทำเวลาที่กองทุนที่เราซื้อเกิดขาดทุนขึ้นมาให้อ่านกันสักหน่อย เริ่มต้นกันที่..

1. ลองดูว่าดัชนีมาตรฐาน (Benchmark) ปรับตัวลงหรือเปล่า ?

กองทุนเวลาที่เค้าลงทุนเค้าจะมีดัชนีชี้วัด (Benchmark) ถ้าเป็นกองทุนที่บริหารแบบ Active ที่มีค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นมาหน่อย เป้าหมายของผู้จัดการกองทุนก็คือทำผลตอบแทนให้ได้มากกว่าดัชนีมาตรฐาน หากในกรณีที่ดัชนีมาตรฐานปรับตัวลง แล้วกองทุนที่เราถืออยู่ปรับตัวลงน้อยกว่าก็ถือไม่เลวเหมือนกันนะ

เช่น ดัชนีมาตรฐานปรับตัวลง 5% แต่กองทุนรวมปรับตัวลงแค่ 3% แบบนี้แปลว่ากองทุนทำผลตอบแทนได้มากกว่าดัชนีมาตรฐาน 2% เลยทีเดียว พี่ทุยว่าแบบนี้ก็ไม่เลวนะ ไม่ถือว่ากองทุนเป็นกองทุนที่แย่เลย แต่เราแค่อาจจะเลือกลงกองทุนผิดประเภท ผิดเวลาเท่านั้นเอง

2. เช็คดูว่า “กองทุน” ประเภทเดียวกันอื่นๆผลตอบแทนเป็นยังไง ?

ถ้าเราลองดูแล้วว่ากองทุนรวมที่เราถือก็ทำได้ดีกว่าดัชนีมาตรฐาน ทีนี้พี่ทุยอยากจะให้ลองไปดูกองทุนรวมอื่นๆที่ลงทุนประเภทใกล้เคียงกันเป็นยังไงบ้าง ถ้ามีกองทุนรวมที่ดีกว่ากองทุนที่เราถือ พี่ทุยว่าการพิจารณาสับเปลี่ยนกองทุนรวมออกไปกองทุนรวมอื่นก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเหมือนกันนะ

3. ลองมาตรวจสอบความสามารถในการรับความเสี่ยงของเราเอง

เวลาที่เราเกิดการลงทุนแล้วขาดทุน เรารู้สึกไม่สบายใจ เดือดเนื้อร้อนใจ พี่ทุยว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเราเลือกระดับความเสี่ยงในการลงทุนไม่เหมาะกับตัวเราเอง เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าสำหรับการลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยง เป็นสินทรัพย์ถ้าเราคิดจะลงทุนแล้วเราควรลงทุนให้ได้อย่างน้อยสัก 5 ปีขึ้นไป ระยะเวลาในการลงทุนจะช่วยลดความเสี่ยงได้

แต่ถ้าไม่คิดว่าจะลงได้นานขนาดนั้นหรือทนขาดทุนได้ไม่มาก เราอาจจะต้องลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นแล้วไปเพิ่มเติมในตราสารหนี้มากขึ้น ก็เป็นสิ่งที่เราควรทำเหมือนกันเวลาที่เราขาดทุนจากการลงทุน

กำไรมาคู่กับขาดทุนเสมอ ถ้าเราทนขาดทุนไม่ได้มาก เราก็จะหวังกำไรจากการลงทุนไม่ได้มากเช่นกัน ความรู้ความเข้าใจในการลงทุนจะช่วยทำให้เราลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ แต่ก็เพิ่มโอกาสที่เราจะได้กำไรมากขึ้นด้วย 


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
error: