เลือกแบบไหนดีระหว่าง ซื้อ "กองทุน" บลจ.เดียว vs ซื้อ กองทุนหลายบลจ.

เลือกแบบไหนดีระหว่าง ซื้อ “กองทุน” บลจ.เดียว vs ซื้อ กองทุนหลายบลจ.

2 min read  

ฉบับย่อ

  • ลง “กองทุน” หลายบลจ. เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ แต่การกระจายมากจนเกินไปนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังทำให้เราติดตามการลงทุนได้ไม่ทั่วถึง ก็จะกลายเป็นโทษแทน
  • สิ่งที่เราควรทำนั่นก็คือ การกระจายการลงทุนไปให้ทั้งหุ้นขนาดใหญ่ (Big cap) กองทุนรวมดัชนี (Passive Fund) หุ้นขนาดเล็ก (Small Cap) ไปทั้งหมด 3 กองทุน

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

อย่างที่เรารู้กันว่าเวลาที่เราอยากจะซื้อกองทุนรวมเนี้ย หลายๆคนก็อาจจะมีคำถามที่ว่าซื้อ “กองทุน” บลจ.เดียว vs ซื้อ กองทุนหลายบลจ. แบบไหนดีกว่ากัน พี่ทุยว่าคำถามนี้ก็น่าคิดว่าเราจะซื้อกองเดิมซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ ดี หรือว่าเราจะกระจายการลงทุนไปที่กองทุนรวมกองอื่น ๆ บลจ.อื่น ๆ บ้างดีกว่ามั้ย ? 

สำหรับพี่ทุยคิดว่าควรซื้อ “กองทุน” รวมหลายบลจ.หน่อยก็เป็นอะไรที่น่าสนใจนะ เพราะว่าถ้าเราซื้อกองทุนรวมเดียว แล้วเกิดกองทุนรวมนั้นมีผลประกอบการออกมาผิดจากการคาดการณ์ไว้ พี่ทุยว่าเสี่ยงเกินไป แต่ถ้าเรากระจายสัก 2-3 กองทุนรวม พี่ทุยคิดว่าน่าจะโอเคนะ เพราะว่าถ้ากองทุนรวม A เกิดไม่ดีขึ้นมา ก็ยังมีกองทุนรวม B และ C คอยช่วยทำผลตอบแทนให้กับพอร์ตการลงทุนของเราได้

พี่ทุยเคยอ่านเจองานวิจัยหรือบทวิเคราะห์ที่มีใจความประมาณว่า ถ้าใช้กองทุนรวมเป็นเครื่องมือในการบริหารเงินของเรา ควรกระจายการลงทุนไม่เกิน 4 กองทุนรวม ถ้ามากกว่านั้นจะเป็นการกระจายการลงทุนที่มากจนเกินไปไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

พี่ทุยเลยจะบอกว่าการกระจายการลงทุนเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ แต่การกระจายการลงทุนมากไปนอกจากจะไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์แล้ว ข้อเสียอย่างนึงก็คือเราจะงงเองว่าเราซื้อกองทุนที่ไหนไว้บ้าง เผลอ ๆ บางทีลืมอีกว่าเคยซื้อไว้ แล้วเรื่องเอกสารถ้าเวลาจะนำไปลดหย่อนภาษีหรือในปีที่เราขายคืน SSF / RMF พี่ทุยว่ามีงงแน่นอน

ในความหมายที่แท้จริงของการกระจายการลงทุน คือการเลือกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายที่แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง เช่น ถ้าเราลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก แล้วเราเลือกลงกองทุนรวมแนวนี้ 4-5 กองทุน แบบนี้ไม่ได้เรียกว่ากระจายการลงทุนเลย เพราะว่ากองทุนรวมที่มีนโยบายคล้าย ๆ กันก็มีแนวโน้มที่จะไปถือหุ้นตัวที่คล้าย ๆ กัน พอมาดูพอร์ตจริง ๆ แล้วเราอาจจะไม่ได้กระจายการลงทุนเลยก็เป็นได้

สิ่งที่เราควรทำนั่นก็คือ การกระจายการลงทุนไปให้ทั้งหุ้นขนาดใหญ่ (Big cap) กองทุนรวมดัชนี (Passive Fund) หุ้นขนาดเล็ก (Small Cap) ไปทั้งหมด 3 กองทุน แบบนี้ก็ถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนเหมือนกันนะ เพราะถ้าเราไปลองดูไส้ในของพอร์ตของกองทุนรวม แม้นโยบายการลงทุนจะเป็นในหุ้นเหมือนกัน แต่ต่างประเภทกัน พี่ทุยว่าหน้าตาของพอร์ตกองทุนรวมก็ไม่ได้เหมือนกันสักเท่าไหร่

สุดท้ายการลงทุนพี่ทุยว่าไม่มีผิดไม่มีถูก สิ่งที่พี่ทุยแนะนำก็เป็นการดูผลตอบแทนจากเหตุการณ์ในอดีตเท่านั้นว่าทำแบบนี้แล้วมันใช้ได้ ไม่แน่อนาคตอาจจะไม่ดีก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดก็คือติดตามการลงทุนของเราไปเรื่อย ๆ ถ้ามันยังดีอยู่ก็ปล่อยไป แต่ถ้าเริ่มไม่เข้าที่เข้าทาง พี่ทุยแนะนำว่าเราต้องปรับอะไรสักอย่างแล้วล่ะ 


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
error: